ProReview เป็นแพลตฟอร์มที่รองรับการใช้งานของผู้อ่าน เมื่อคุณซื้อสินค้าหรือบริการผ่านลิงก์บนเว็บไซต์ของเรา เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากพันธมิตร อ่านเพิ่มเติม
คาร์ซีท I Size คืออะไร (i Size Vs Isofix)

คาร์ซีท i-Size คืออะไร? (i-Size vs Isofix)

คาร์ซีทประเภทนี้ต่างจากประเภทอื่นตรงไหน ให้ความปลอดภัยกับลูกของคุณได้สูงกว่าหรือเปล่า หาคำตอบได้จากบทความนี้เลย

คาร์ซีททุกตัวต้องถูกรับรองตามระเบียบข้อบังคับ ผ่านการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยก่อนที่จะวางจำหน่าย

คาร์ซีทสำหรับเด็กจะถูกแบ่งกลุ่มตามเกณฑ์น้ำหนักไม่ก็ส่วนสูงของเด็ก แต่ไม่ใช่ช่วงอายุ

เราจะพูดถึงคาร์ซีทที่ยึดตามเกณฑ์ส่วนสูง หรือคาร์ซีทแบบ i-Size เป็นหลักในบทความนี้ ถ้าคุณอยากศึกษาคาร์ซีทที่ยึดตามเกณฑ์น้ำหนัก เช่น คาร์ซีทกลุ่ม 0+ และ 1/2/3 อ่านได้ที่ ทำความรู้จักคาร์ซีทตามกลุ่มเกณฑ์น้ำหนัก

 

กลุ่มส่วนสูงสำหรับคาร์ซีทแบบ i-Size

กลุ่มส่วนสูงสำหรับคาร์ซีทแบบ I Size

คุณสามารถเลือกซื้อคาร์ซีทแบบ i-Size ได้ตามกลุ่มส่วนสูงด้านล่างนี้

  • i-Size baby – สำหรับเด็กแรกเกิดไปจนถึงส่วนสูง 85 เซนติเมตร (อายุ 0 – 15 หรือ 18 เดือน)
  • i-Size baby and toddler – สำหรับเด็กแรกเกิดไปจนถึงส่วนสูง 105 เซนติเมตร (อายุ 0 – 4 ขวบ)
  • i-Size toddler and child – ส่วนสูงตั้งแต่ 61 – 105 เซนติเมตร (อายุ 15 เดือน – 4 ขวบ)
  • i-Size child – ส่วนสูงตั้งแต่ 100 – 135 เซนติเมตร (อายุ 4 – 12 ขวบ)

 

i-Size คืออะไร?

I Size คืออะไร

i-Size คือมาตรฐานคาร์ซีทใหม่ของยุโรป ที่เป็นส่วนหนึ่งของระเบียบมาตรฐาน ECE R129 ของ UN

มาตรฐาน i-Size มีเป้าหมายที่จะพัฒนาให้คาร์ซีททุกตัวสามารถติดตั้งเข้ากับรถยนต์ทุกคันได้ โดยทั้งรถยนต์และคาร์ซีทของคุณจะต้องมีระบบติดตั้งคาร์ซีทแบบ Isofix ที่ช่วยให้คุณต่อคาร์ซีทเข้ากับโครงของรถได้ทันทีผ่านตัวต่อ Isofix ซึ่งรถของคุณอาจจะมีตัวยึดที่ไม่เข้ากันกับคาร์ซีทแบบ Isofix แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะคาร์ซีทแบบ i-Size จะเข้ามาแก้ไขข้อบกพร่องนี้เอง

รถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ที่เพิ่งออกวางจำหน่ายควรจะรองรับมาตรฐาน i-Size แต่ในความเป็นจริงมีไม่กี่รุ่นและไม่กี่ยี่ห้อที่จะใช้งานแบบ i-Size ได้ ดังนั้นถ้าคุณซื้อคาร์ซีทแบบ i-Size มาแล้ว ก็ควรตรวจสอบด้วยว่าสามารถใช้งานกับรถยนต์รุ่นไหนได้บ้าง และดูให้แน่ว่ามันมีขนาดที่พอดีกับรถของคุณไห

 

คาร์ซีทแบบ i-Size แบ่งกลุ่มตามเกณฑ์อะไร

คาร์ซีทแบบ I Size แบ่งกลุ่มตามเกณฑ์อะไร

ปัจจุบันนี้จะไม่ค่อยใช้น้ำหนักของเด็กเป็นตัวบ่งชี้ว่าถึงเวลาเปลี่ยนคาร์ซีทเหมือนแต่ก่อนแล้ว แต่จะใช้ส่วนสูงของเด็กเข้ามาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจเลือกซื้อคาร์ซีทแทน ซึ่งก็จะแตกต่างกันไปตามคาร์ซีทแต่ละตัว โดยคาร์ซีทตัวนั้น ๆ จะหมดอายุการใช้งานก็ต่อเมื่อเด็กมีส่วนสูงเกินที่บริษัทผู้ผลิตคาร์ซีทกำหนดไว้

ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าลูกคุณสูงเท่าไร อาจจะลองเช็คจากป้ายขนาดของเสื้อผ้าที่มักจะมีส่วนสูงเขียนไว้ด้วย แต่ทางที่ดีคุณควรจะวัดส่วนสูงของลูกคุณเพื่อความแม่นยำ และจะได้เลือกซื้อคาร์ซีทที่เหมาะกับขนาดตัวเด็กมากที่สุด โดยร้านขายคาร์ซีทบางเจ้าจะมีที่วัดส่วนสูงเตรียมไว้สำหรับลูกค้าด้วย

 

ข้อแตกต่างที่สำคัญระหว่างมาตรฐานเก่า (R44/04) และมาตรฐานใหม่ R129 (i-Size) สำหรับคาร์ซีทเด็ก

R44/04

  • มีการทดสอบเฉพาะแรงกระแทกจากด้านหน้าและด้านหลัง แต่ไม่มีการทดสอบแรงกระแทกจากด้านข้าง
  • ตัวคาร์ซีทสามารถใช้ทั้งสายรัดเข็มขัดของรถยนต์และตัวต่อ isofix เพื่อยึดติดเข้ากับเบาะรถยนต์
  • เด็กต้องนั่งหันหน้าเข้าหาเบาะรถจนกว่าจะน้ำหนักถึง 9 กิโลกรัม (หรืออายุประมาณ 10 เดือน)
  • จำแนกประเภทของคาร์ซีทตามเกณฑ์น้ำหนัก

R129

  • มีการทดสอบแรงกระแทกจากทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง
  • ต้องใช้ตัวต่อ Isofix เท่านั้นในการติดตั้งคาร์ซีทเข้ากับเบาะของรถยนต์
  • เด็กต้องนั่งหันหน้าเข้าหาเบาะรถจนกว่าจะอายุ 15 เดือน
  • จำแนกประเภทของคาร์ซีทตามเกณฑ์ส่วนสูง

 

คาร์ซีทแบบ i-Size ปลอดภัยกว่ารุ่นอื่น ๆ จริงเหรอ?

คาร์ซีทแบบ I Size ปลอดภัยกว่ารุ่นอื่น ๆ จริงเหรอ

หนึ่งในข้อปรับปรุงหลักที่เกิดจากระบบมาตรฐาน R129/i-Size คือการลดความเสี่ยงที่จะติดตั้งคาร์ซีทสำหรับเด็กอย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเบาะที่เป็นมาตรฐาน Isofix จะถูกติดตั้งได้พอดีและง่ายกว่าเบาะที่ใช้สายเข็มขัดนิรภัยของรถยนต์ทั่วไปมาก

อีกหนึ่งจุดเด่นของระบบมาตรฐาน R129/i-Size คือการนำการทดสอบแรงกระแทกจากด้านข้างระหว่างเกิดอุบัติเหตุมาใช้ในกระบวนการการรองรับคุณภาพ ซึ่งคาร์ซีทสำหรับเด็กที่ผ่านการรองรับจากมาตรฐานเก่า หรือ R44 จะไม่ได้ผ่านการทดสอบแรงกระแทกจากด้านข้างเมื่อเกิดอุบัติเหตุก่อนวางจำหน่าย

 

หยุดใช้คาร์ซีทแบบหันหน้าเข้าหาเบาะได้เมื่อไร

หยุดใช้คาร์ซีทแบบหันหน้าเข้าหาเบาะได้เมื่อไร

คาร์ซีทแบบ i-Size ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐาน R129 ถูกออกแบบมาให้คุณจัดท่าให้ลูกนั่งหันหน้าเข้าหาเบาะรถยนต์ไปจนถึงอายุ 15 เดือน

ที่แนะนำให้นั่งหันหน้าเข้าหาเบาะรถจนกว่าจะถึงวัยที่กำหนดหรือนานกว่านั้น ก็เพราะความสัมพันธ์กันของขนาดหัวเด็กและขนาดของลำตัว รวมไปถึงกล้ามเนื้อคอที่ยังไม่แข็งแรงพอจะรับแรงกระแทกจากด้านหน้าขณะนั่งหันหลังให้เบาะรถ เพราะแรงกระแทกที่ส่งมาถึงบริเวณคอของเด็กผ่านศีรษะมักจะแรงเกินที่จะเด็กต้านไหว

แต่ถ้าเด็กนั่งหันหน้าเข้าหาเบาะ แรงกระแทกจะผลักตัวเด็กเข้าไปในคาร์ซีท ที่จะรองรับหัวและลำตัวไว้ ทำให้ลดการเคลื่อนที่ของคอและป้องกันการบาดเจ็บได้ดีกว่า

คาร์ซีท i-Size/R129 บางตัวจะใช้นั่งแบบหันหน้าเข้าหาเบาะรถได้จนลูกคุณสูงถึง 105 เซนติเมตร หรืออายุประมาณ 4 ขวบ

 

ข้อแตกต่างระหว่าง i-Size และ Isofix

ข้อแตกต่างระหว่าง I Size และ Isofix

คุณจำเป็นต้องใช้ตัวต่อ Isofix เพื่อติดตั้งคาร์ซีทเข้ากับรถของคุณสำหรับระบบ i-Size/R129 แต่ก็ยังมีคาร์ซีทแบบ i-Size บางตัวที่ยังใช้สายรัดเข็มขัดของรถในการยึดคาร์ซีทติดไว้กับเบาะรถได้

Isofix ถูกออกแบบมาเพื่อให้คุณติดตั้งคาร์ซีทเข้ากับเบาะรถได้ง่ายและสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น จากการสำรวจของเราพบว่าพ่อแม่ผู้ปกครองหรือแม้กระทั่งร้านขายคาร์ซีท มักจะติดตั้งคาร์ซีทผิดวิธีหรือผิดตำแหน่ง ดังนั้นการใช้ตัวต่อ Isofix จึงเป็นทางเลือกที่ดีในการลดข้อผิดพลาดในการติดตั้งและจัดวางตำแหน่งของคาร์ซีท

Isofix คือระบบยึดต่อคาร์ซีทสำหรับเด็กเข้ากับเบาะรถยนต์ โดยใช้ตัวต่อโลหะยึดอยู่กับโครงของรถยนต์เพื่อเชื่อมเข้ากับคาร์ซีทอีกทีนึง โดยตัวต่อนี้มันจะถูกซ่อนไว้อยู่บริเวณเบาะนั่งของรถยนต์

เมื่อตัวต่อเชื่อมเข้ากับจุดยึดอย่างพอดีแล้ว คาร์ซีทก็จะถูกติดตั้งเข้ากับจุดยึดที่3 อย่างเช่น ขารองที่มาพร้อมกับเบาะรถ หรือสายรัดด้านบนที่ติดอยู่กับฐานด้านหลังรถอย่างแน่นหนา ซึ่งทั้งสองอย่างนี้จะป้องกันไม่ให้คาร์ซีทเคลื่อนที่ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ

ซึ่งคาร์ซีทแบบ i-Size ทุกตัวจะใช้งานได้พอดีกับรถยนต์ใช้มาตรฐาน i-Size

 

จำเป็นต้องซื้อคาร์ซีทใหม่หรือไม่

ณ ตอนนี้ i-Size/R129 ยังบังคับใช้ควบคู่ไปกับระบบมาตรฐานเดิมอย่าง ECE R44/04 ที่ตอนแรกคาดไว้ว่าจะบังคับใช้ถึงแค่ปี 2018 แต่เนื่องจากยังไม่มีการระบุวันที่จะยกเลิกใช้ ECE R44/04 ที่แน่นอน ทำให้ยังมีการรองรับคาร์ซีทหลากหลายรุ่นด้วยระบบมาตรฐานเก่า และน่าจะดำเนินการแบบนี้ไปอีกสักพัก

นั่นก็หมายความว่าคุณไม่จำเป็นต้องซื้อคาร์ซีทแบบ i-Size ที่กำลังวางขายอยู่ในตลาด ถ้านั่นไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการ

โดยคาร์ซีททุกตัวจะมีป้ายแจ้งให้คุณทราบอยู่แล้ว ว่าผ่านมาตรฐานและข้อบังคับเรื่องความปลอดภัยประเภทไหน และเมื่อคาร์ซีทแบบ i-Size/R129 ออกวางจำหน่ายมากขึ้น คุณน่าจะได้เห็นคาร์ซีทพร้อมป้ายการผ่านมาตรฐาน i-Size/ECE R129 หรือ ECE R44/04 จนชินตา

 

 

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าคาร์ซีทตัวไหนคือคาร์ซีทแบบ i-Size

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าคาร์ซีทตัวไหนคือคาร์ซีทแบบ I Size

คุณจะเห็นตราสัญลักษณ์ด้านบนนี้ ซึ่งคาร์ซีทแบบ i-Size ส่วนใหญ่จะมีตัว ‘i’ เพิ่มเข้าไปในชื่อรุ่นหรือบางทีอาจจะใช้คำว่า i-Size ในชื่อรุ่นด้วยเลย เพราะการที่ตัวคาร์ซีทรุ่นนั้น ๆ เป็นไปตามมาตรฐานของ i-Size หรือ R129 ถือเป็นอีกจุดขายทางการตลาดที่ดี

 

ทำไมถึงต้องมี i-Size/R129?

ทำไมถึงต้องมี I Size R129

ระบบมาตรฐานเก่ามีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ยุค 1980 แต่ทั้งบริษัทผู้ผลิตคาร์ซีทและรถยนต์ให้ความสำคัญกับการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงเรื่องของความปลอดภัยสำหรับเด็กอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นมาตรฐานการทดสอบแบบ i-Size จึงมีความทันกับยุคสมัยมากกว่า

อุบัติเหตุที่มีแรงกระแทกจากด้านข้างมีมากถึง 25% แต่ระบบมาตรฐานเดิมไม่ได้มีการทดสอบว่าหากมีแรงกระแทกจากด้านข้างแล้วคาร์ซีทและเด็กที่นั่งอยู่บนคาร์ซีทจะมีการตอบสนองกับแรงอย่างไร ซึ่งการทดสอบใหม่ตามมาตรฐาน i-Size จะใช้หุ่นจำลองไฮเทคที่เรียกว่า Q-series ซึ่งมีพฤติกรรมและลักษณะเหมือนคนจริง ๆ ในสถานการณ์จำลองอุบัติเหตุ และที่สำคัญคือมีเซนเซอร์ในตัวหุ่นรุ่นนี้มากกว่าหุ่นทดลองรุ่นก่อน ๆ ที่เคยใช้ทดสอบมา

ณ ตอนนี้ คาร์ซีทแบบ i-Size/R129 ที่วางขายส่วนใหญ่จะเป็นคาร์ซีทสำหรับทารกและเด็กวัยหัดเดิน ซึ่งสามารถใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงส่วนสูงแตะ 105 เซนติเมตร (หรืออายุประมาณ 4 ขวบ) แต่เราก็เริ่มเห็นคาร์ซีทที่ผ่านมาตรฐาน R129 บางตัวสามารถใช้งานได้ไปจนถึงเด็กอายุ 12 ปี เช่นกัน

nv-author-image

วรรณิดา กสิวงศ์

วรรณิดาเป็นนักเขียนของ ProReview ที่มีประสบการณ์เขียนบทความและคอนเทนท์หลายประเภท มีส่วนในการค้นคว้าข้อมูล นำเสนอผลิตภัณฑ์ และแบ่งปันคำแนะนำสำหรับผู้อ่านเป็นเวลาประมาณ 2 ปีกับทีมงานของเรา โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยี สุขภาพ และเครื่องใช้ภายในบ้าน ร่วมกับความชอบส่วนตัวในการเรียนรู้ข้อมูลเทคโนโลยีใหม่ ๆ คุณสามารถวางใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่คัดเลือกมาพร้อมกับเคล็ดลับในการเลือกซื้อจะช่วยตอบโจทย์ความต้องการของคุณ