ProReview เป็นแพลตฟอร์มที่รองรับการใช้งานของผู้อ่าน เมื่อคุณซื้อสินค้าหรือบริการผ่านลิงก์บนเว็บไซต์ของเรา เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากพันธมิตร อ่านเพิ่มเติม
คีย์บอร์ดเกมมิ่งที่ดีที่สุดแห่งปี 2022

รีวิว 10 คีย์บอร์ดเกมมิ่ง ยี่ห้อไหนดี ในปี 2023

คีย์บอร์ดเกมมิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผู้เล่นทุกคน

คีย์บอร์ดเกมมิ่งไม่ได้มีดีแค่ช่วยให้คุณมีโอกาสชนะเกมมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยส่งเสริมการใช้งานในรูปแบบอื่นด้วย เพราะคีย์บอร์ดสำนักงานส่วนใหญ่จะไม่ค่อยทนและไม่ค่อยสบายมือ คีย์บอร์ดเกมมิ่งอาจจะมีราคาที่สูงกว่า แต่ก็มาพร้อมกับคุณสมบัติที่คีย์บอร์ดสำนักงานทั่วไปไม่มี เช่น กลไกของแป้นพิมพ์ ซอฟต์แวร์ที่ทำให้คุณสามารถสลับปุ่มแป้นได้ตามใจชอบ และแสงสีที่ช่วยเสริมให้คีย์บอร์ดดูปังมากยิ่งขึ้น

คุณอาจจะไม่เห็นความแตกต่างที่ชัดเจนของคุณสมบัติเหล่านี้ แต่ถ้าให้พูดจากประสบการณ์ของเรา เมื่อคุณได้ลองใช้คีย์บอร์ดเกมมิ่งแล้ว คุณอาจจะไม่อยากกลับไปใช้คีย์บอร์ดทั่วไปอีกเลย

แน่นอนว่าการเลือกซื้อคีย์บอร์ดเกมมิ่ง ควรพิจารณาจากลักษณะของเกมที่เล่น พื้นที่โต๊ะ และงบประมาณที่มี ถ้ามีงบที่น้อยหน่อย อาจจะได้คีย์บอร์ดรุ่นกลาง ๆ แต่ถ้ามีงบพร้อมจ่ายแล้วล่ะก็ คุณจะได้คีย์บอร์ดสุดล้ำที่ทนทานสามารถใช้ได้นานหลายปีแน่นอน แล้วการเล่นเกมหรือแม้แต่การพิมพ์ดีดของคุณก็จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

แล้วคีย์บอร์ดเกมมิ่งตัวไหนล่ะที่ดีที่สุด?

แล้วคีย์บอร์ดเกมมิ่งตัวไหนล่ะที่ดีที่สุด

คีย์บอร์ดเกมมิ่งที่ดีที่สุดที่คุณสามารถหาซื้อได้แล้ววันนี้ –เรียกได้ว่าเป็นคีย์บอร์ดที่ดีที่สุดที่เราเคยรีวิวมา นั่นก็คือ Corsair K70 RGB Mk. 2 คุณสามารถเลือกสวิตช์สั่งการ Cherry MX ได้ตามใจชอบ พร้อมกับป้อนข้อมูลตามความถนัด และเลือกสีบนคีย์บอร์ดให้เข้ากับเกมโปรดของคุณได้ นอกจากคีย์บอร์ดรุ่นนี้จะถูกออกแบบมาอย่างสวยงามแล้ว ยังใช้งานได้อย่างสะดวกสบายอีกด้วย และหลังจากใช้งานมาหลายปี เราก็ยังนึกข้อเสียของคีย์บอร์ดรุ่นนี้ไม่ออกเลยจริง ๆ แต่ถ้าตัดเรื่องงบประมาณออกไป Logitech G915 คือหนึ่งในคีย์บอร์ดที่เจ๋งที่สุดที่เราเคยใช้มาเลย

จริง ๆ แล้วมันคือคีย์บอร์ดตัวปัจจุบันที่เราใช้งานอยู่ หลังจากที่ได้ทำการจัดระเบียบให้โต๊ะทำงานกลายเป็นโต๊ะทำงานพร้อมอุปกรณ์ไร้สาย โดยคีย์บอร์ดตัวนี้เป็นคีย์บอร์ดไร้สายตัวแรกของแบรนด์ ที่มาพร้อมกับสวิตช์โครงต่ำ (Low Profile Keycap) การตอบสนองของสวิตช์ไวจนน่าประทับใจ แบตเตอรี่ที่อึดทน และแป้นพิมพ์เรืองแสง คีย์บอร์ด G915 รุ่นนี้เรียกได้ว่าเป็นคีย์บอร์ดกลไกชั้นนำ – มีคุณสมบัติที่เพียบพร้อม แน่นอนราคาก็ต้องสูงตามไปด้วย

 

คีย์บอร์ดเกมมิ่งที่คุณสามารถซื้อได้แล้ววันนี้

1. Corsair K70 Mk.2

Corsair K70 Mk.2

ราคาวันนี้ - Lazada ราคาวันนี้ - Shopee

คีย์บอร์ดเกมมิ่งที่ดีที่สุด ในทุกด้าน

ระบบแป้นพิมพ์: กลไก | ระบบสวิตช์: Cherry MX น้ำเงิน, น้ำตาล, แดง, แบบเงียบ, หรือความเร็วสูง | ระบบแสง: RGB เต็ม | ขนาด: 17.2 x 6.2 x 1.5 นิ้ว

หลายครั้งที่เราพยายามหาข้อบกพร่องของสินค้าแล้ว แต่ก็หาไม่เจอ คีย์บอร์ด Corsair K70 Mk.2 คือหนึ่งในนั้น คีย์บอร์ดตัวนี้เป็นรุ่นเดียวที่ทีมงานของเราให้คะแนนเต็ม มันใช้งานง่าย พิมพ์ได้สะดวก ต้องยกความดีความชอบให้กับสวิตช์ Cherry MX ไปเต็ม ๆ

ระบบสี RGB เต็มรูปแบบ ยังช่วยทำให้รูปลักษณ์ภายนอกดูสวยงาม แต่ที่สำคัญที่สุดคือสามารถใช้งานกับเกมได้ดีมาก คีย์บอร์ดสามารถตอบสนองรับคำสั่งได้เร็วและแม่นยำ สามารถตั้งค่าคีย์บอร์ดแบบเฉพาะเจาะจงสำหรับแต่ละเกม พร้อมเลือกรูปแบบไฟของแต่ละเกมได้อีกด้วย

โดยรวมแล้ว K70 Mk.2 เป็นคีย์บอร์ดที่น่าประทับใจมาก การแยกปุ่มลัดออกมาช่วยป้องกันไม่ให้เผลอไปกดออกจากเกมโดยไม่ตั้งใจ ยิ่งถ้างบคุณถึงแล้วล่ะก็ บอกเลยว่าคีย์บอร์ดเกมมิ่งรุ่นนี้เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

สาเหตุที่ควรซื้อ:

  • รูปลักษณ์สวยงาม
  • ระบบสวิตช์ที่ดีงาม
  • ใช้วัสดุคุณภาพสูง

สาเหตุที่ไม่ควรซื้อ

  • ราคาค่อนข้างสูง

 

2. Logitech G915

Logitech G915

ราคาวันนี้ - Lazada ราคาวันนี้ - Shopee

คีย์บอร์ดเกมมิ่งแบบไร้สายที่ดีที่สุด

ระบบแป้นพิมพ์: กลไก | ระบบสวิตช์: GL Linear (ลื่นไหล), Tactile (แรงกดรู้สึกได้) หรือ Clicky (เสียงคลิก) | ระบบแสง: RGB เต็ม | ขนาด: 18.7 x 5.9 x 0.9 นิ้ว

รุ่นนี้จะเจ๋งจริงรึเปล่า คงต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ แต่เราค่อนข้างมั่นใจว่า Logitech G915 คือที่สุดแห่งอนาคตของคีย์บอร์ดเกมมิ่ง อย่างที่เห็นกันว่าหลายปีมานี้เม้าส์และหูฟังไร้สายเป็นที่นิยมมาก คีย์บอร์ด G15 ก็น่าจะฮิตแบบไร้สายด้วยเช่นกัน โดยไม่ทำให้สุนทรียะและประสิทธิภาพในการใช้ลดลงแต่อย่างใด

คีย์บอร์ด G915 รุ่นนี้ มีรูปทรงที่ดี บางเฉียบ และสามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผ่าน USB หรือบลูทูธก็ได้ แม้จะเป็นคีย์บอร์ดไร้สาย แต่ก็ทำงานลื่น ไม่หน่วง หรือติดขัดใด ๆ การตอบสนองต่อคำสั่งรวดเร็วและฉับไวเหมือนกับรุ่นที่ใช้สายปกติ

รุ่นนี้มีสวิตช์โครงต่ำประกอบกับระบบแสง RGB เต็มรูปแบบ ทำให้คีย์บอร์ดนี้นอกจากจะใช้ง่ายแล้วยังดูสวยงามอีกด้วย ข้อเสียเดียวที่พบคือราคาสูงมาก แต่ถ้าลองพิจารณาดูว่าคีย์บอร์ดไร้สายรุ่นนี้จะช่วยทำให้โต๊ะคุณดูเป็นระเบียบ ไม่มีสายรกรุงรัง และทนทานใช้งานได้นานหลายปีแล้ว ก็อาจจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

เหตุผลที่ควรซื้อ:

  • ระบบสวิตช์ที่ดีเลิศ
  • รูปลักษณ์สวยงาม
  • ระบบการทำงานที่ดีเยี่ยม

เหตุผลที่ไม่ควรซื้อ:

  • ไม่มีที่พักข้อมือ
  • ราคาสูง

 

3. Razer Cynosa V2

Razer Cynosa V2

ราคาวันนี้ - Lazada ราคาวันนี้ - Shopee

คีย์บอร์ดเกมมิ่งราคาประหยัดที่ดีที่สุด

ระบบแป้นพิมพ์: เมมเบรน | ระบบสวิตช์: N/A | ระบบแสง: RGB เต็ม | ขนาด: 18.2 x 6.1 x 1.2 นิ้ว

Razer Cynosa V2 คือคีย์บอร์ดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งหัดเล่นเกมคอมพิวเตอร์ คีย์บอร์ดระบบเมมเบรนหรือคีย์บอร์ดแผ่นพลาสติกนี้อาจจะไม่ได้ให้ความสะดวกสบายแบบคีย์บอร์ดกลไกที่ราคาสูงกว่า แต่ก็ทำได้ทุกอย่างตามที่คีย์บอร์ดเกมมิ่งที่ดีควรทำได้

Cynosa V2 มีระบบสีแบบ RGB เต็มรูปแบบ มีโหมดเล่นเกมที่ตั้งค่าได้ ปุ่มลัดแยก และระบบจัดการสายที่ดี ช่วยป้องกันไม่ให้คุณเผลอไปกดออกจากเกมขณะเล่นเกมอย่างเมามันส์ ถ้าคุณไม่อยากเสียเงินเกิน 5,000 บาท​ สำหรับการซื้อคีย์บอร์ด 1 ตัว รุ่นนี้จัดเป็นตัวเลือกที่ดี

ทั้งนี้มันมีเหตุผลว่าทำไมคีย์บอร์ดระบบเมมเบรนถึงมีราคาถูกกว่า ซึ่ง Cynosa V2 รุ่นนี้ไม่ได้ถูกพัฒนาให้ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนเลย ในเรื่องของการพิมพ์ จัดว่าทำได้ตามมาตรฐานเท่านั้น ไม่ได้มีการตอบสนองที่เร็วเหมือนคีย์บอร์ดเกมมิ่งราคาสูงตัวอื่น การตั้งค่าแสง RGB ก็ค่อนข้างยุ่งยากกว่าปกติ แต่ถ้าคุณใช้เงินไปเยอะแล้วในการซื้อคอมพิวเตอร์ ก็สามารถเลือกซื้อ Cynosa V2 ได้ เพื่อเป็นการประหยัดงบ และยังจัดเป็นตัวเลือกที่ใช้ได้เลย

สาเหตุที่ควรซื้อ:

  • ระบบแสงสี RGB ที่ค่อนข้างดี
  • สามารถสร้างบัญชีผู้ใช้และมีตัวเลือกโหมดเล่นเกม
  • ราคาสมเหตุสมผล

สาเหตุที่ไม่ควรซื้อ:

  • ระบบค่อนข้างยุ่งยากในการใช้งาน
  • รูปลักษณ์เทอะทะและดีไซน์ดูธรรมดา

 

4. HyperX Alloy Origins 60

Hyperx Alloy Origins 60

ราคาวันนี้ - Lazada ราคาวันนี้ - Shopee

คีย์บอร์ดเกมมิ่งขนาดเล็กที่ดีที่สุด

ระบบแป้นพิมพ์: กลไก | ระบบสวิตช์: HyperX Red | ระบบแสง: RGB เต็ม | ขนาด: 17.4 x 5.2 x 1.4 นิ้ว

คีย์บอร์ด HyperX Alloy Origins 60 เป็นรุ่นที่พิสูจน์ให้เห็นว่า คีย์บอร์ดขนาดเล็กก็ใช้เล่นเกมได้ดีไม่แพ้กัน คีย์บอร์ดรุ่นนี้มีขนาดเล็กกว่าคีย์บอร์ดทั่วไปถึง 40% ไม่มีแป้นพิมพ์ตัวเลขทางด้านขวามือ ไม่มีปุ่มฟังก์ชัน หรือปุ่มทิศทาง แต่คุณก็ยังสามารถใช้งานมันได้อย่างเต็มรูปแบบผ่านการใช้ปุ่มลัด ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการประหยัดพื้นที่บนโต๊ะ

นอกจากนี้คีย์บอร์ด Alloy Origins 60 ยังมีระบบสวิตช์ HyperX Red ที่ใช้งานสะดวก และมีระบบแสง RGB แบบเต็มรูปแบบ

แต่ถ้าคุณไม่ได้ใช้คีย์บอร์ดขนาดเล็กเป็นประจำ อาจจะรู้สึกว่า Alloy Origins 60 ไม่ใช่คีย์บอร์ดที่ถนัดมือ โดยเฉพาะกับคนที่ต้องพิมพ์งานบ่อย ๆ อาจจะรู้สึกว่ามีอะไรขาดหายไป และแป้นพิมพ์เสียงดังรุ่นอื่นที่เคยใช้ แต่ถ้าเทียบกับคีย์บอร์ดขนาดเล็กด้วยกันแล้ว คีย์บอร์ดรุ่นนี้ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีกว่ารุ่นอื่น

เหตุผลที่ควรซื้อ:

  • ขนาดกะทัดรัด
  • ระบบสวิตช์ใช้งานสะดวก
  • ระบบแสง RGB สวยงาม

เหตุผลที่ไม่ควรซื้อ:

  • ไม่เหมาะกับการใช้งานทั่วไปมากนัก
  • เสียงแป้นพิมพ์ค่อนข้างดัง

 

5. Razer BlackWidow Lite

Razer Blackwidow Lite

ราคาวันนี้ - Lazada ราคาวันนี้ - Shopee

คีย์บอร์ดเกมมิ่งแบบ Tenkeyless ที่ดีที่สุด

ระบบแป้นพิมพ์: กลไก | ระบบสวิตช์: Razer Orange | ระบบแสง: ขาว | ขนาด: 14.0 x 5.0 x 0.5 นิ้ว

คีย์บอร์ด Razer BlackWidow Lite น่าจะเป็นคีย์บอร์ดที่ใช้งานได้หลากหลายที่สุดแล้ว คีย์บอร์ดตัวนี้ค่อนข้างเรียบง่าย ไม่มีแป้นพิมพ์ตัวเลข 10 ตัวด้านขวา มีระบบแสงสีขาว และระบบสวิตช์ Razer Orange

บริษัทผู้ผลิตอย่าง Razer ตั้งใจให้ BlackWidow Lite เป็นคีย์บอร์ดที่ใช้งานได้ดีทั้งสำหรับเล่นเกมและการใช้งานทั่วไป จากการใช้งานก็ค่อนข้างอเนกประสงค์จริง ๆ ตัวคีย์บอร์ดกะทัดรัด ใช้งานง่าย และราคาไม่แพงจนเกินไป

ข้อเสียเดียวที่เราพบใน BlackWidow Lite คือ ถ้าคุณยังไม่ได้ใส่ห่วงยาง O-Ring เวลากดแป้นพิมพ์จะมีเสียงที่ค่อนข้างดัง Razer ให้แผ่นยางมาพร้อมกับคีย์บอร์ดด้วย แต่ใช้เวลาในการใส่ค่อนข้างนาน และนอกจากนี้ยังไม่มีปุ่มลัดมีเดียที่สะดวกต่อการใช้งานหลากหลาย ไม่อย่างนั้น BlackWidow Lite น่าจะช่วยให้คุณใช้งานโปรแกรม Excel ได้อย่างดี

เหตุผลที่ควรซื้อ:

  • รูปลักษณ์ที่สบายตา
  • มีระบบกลไกที่ดี
  • ราคาไม่สูงมาก

เหตุผลที่ไม่ควรซื้อ:

  • เสียงกดแป้นพิมพ์ที่ค่อนข้างดัง
  • มีคุณสมบัติพิเศษน้อย

 

6. Corsair K70 RGB TKL Chamption Series

Corsair K70 Rgb Tkl Champion Series

ราคาวันนี้ - Lazada ราคาวันนี้ - Shopee

คีย์บอร์ดเกมมิ่งแบบ Tenkeyless ที่ดีที่สุด

ระบบแป้นพิมพ์: กลไก | ระบบสวิตช์: Cherry MX Red หรือ Speed | ระบบแสง: RGB เต็ม | ขนาด: 14.2 x 6.5 x 1.6 นิ้ว

เห็นชื่อยาว ๆ แบบ Corsair K70 RGB TKL Champion Series ก็อย่าเพิ่งหันหน้านี้ เพราะนี่คือหนึ่งในคีย์บอร์ดเกมมิ่งที่ดีที่สุด โดยเฉพาะเมื่อคุณชอบคีย์บอร์ดแบบไม่มีแป้นพิมพ์ตัวเลขทางด้านขวา

เช่นเดียวกันกับคีย์บอร์ดขนาดเต็มตัวอย่าง Corsair K70 Mk.2 ที่เรารีวิวไปก่อนหน้านี้ คีย์บอร์ด K70 RGB TKL ใช้ระบบสวิตช์ Cherry MX ดีไซน์ดูดี และซอฟต์แวร์ที่ดีเยี่ยม คุณสามารถปรับเปลี่ยนระบบแสงสีได้ตามใจชอบ สร้างบัญชีเฉพาะสำหรับแต่ละเกม หรือตั้งค่าปุ่มกดได้ตามต้องการ เรียกได้ว่าสามารถใช้งานได้หลากหลายตามใจ

แต่ก็เหมือนกับคีย์บอร์ดจาก Corsair รุ่นอื่น คีย์บอร์ด K70 RGB TKL มีราคาค่อนข้างแรง นอกจากนี้การตั้งค่าใช้งานค่อนข้างยากกว่าคีย์บอร์ดขนาดเต็มรุ่นอื่น แม้จะมีปุ่มลัดมีเดียแยกก็ตาม แต่ถ้าตัดเรื่องนี้ทิ้งไป Corsair K70 RGB TKL ก็เรียกได้ว่าเป็นคีย์บอร์ดที่ (เกือบจะ) ไร้ที่ติ

เหตุผลที่ควรซื้อ:

  • รูปลักษณ์สวยงาม
  • ระบบสวิตช์แบบ Cherry MX
  • ฟีเจอร์ Tournament

เหตุผลที่ไม่ควรซื้อ:

  • ราคาสูง
  • ต้องใช้เวลากว่าจะชินกับการจัดการมีเดีย

 

7. Roccat Vulcan Aimo 121

Roccat Vulcan Aimo 121

ราคาวันนี้ - Lazada ราคาวันนี้ - Shopee

คีย์บอร์ดเกมมิ่งที่ดูดีมีสไตล์ที่สุด

ระบบแป้นพิมพ์: กลไก | ระบบสวิตช์: Titan Switch Linear Red (ลื่นไหล) หรือ Tactile Brown (แรงกดรู้สึกได้) | ระบบแสง: RGB เต็ม | ขนาด: 18.2 x 9.3 x 1.3 นิ้ว

คีย์บอร์ด Vulcan Aimo 121 มีดีไซน์บางเฉียบ สีดำ ตัดกับสีสันสดใสจากสวิตช์เรืองแสงที่มาพร้อมกับปุ่มกดสีดำ และถ้าคุณได้ลองใช้ระบบเอฟเฟคแสงสีรุ้ง (จากซอฟต์แวร์ Roccat Swarm) แล้ว ก็ยากที่จะละสายตาจากคีย์บอร์ดตัวนี้

แน่นอนว่าความสวยงามไม่ใช่คุณสมบัติเพียงอย่างเดียวของ Vulcan Aimo 121 เรื่องการพิมพ์ก็ใช้ได้สะดวก รวดเร็ว ส่วนด้านการเล่นเกมก็หาที่ติไม่ได้ นอกจากนี้แล้วคุณยังสามารถสร้างบัญชีเฉพาะสำหรับแต่ละเกมได้ด้วย และควบคุมเสียงเพลงได้เพียงแค่แตะเบา ๆ ที่ปุ่มลัดมีเดีย และขอเสริมอีกนิดว่า Roccat Vulcan TKL Pro ก็เป็นตัวตายตัวแทนของคีย์บอร์ดรุ่นนี้ได้เช่นกัน

เหตุผลที่ควรซื้อ:

  • รูปลักษณ์สวยงาม
  • เลือกระบบสวิตช์ได้
  • ประสิทธิภาพในการทำงานดีเยี่ยม

เหตุผลที่ไม่ควรซื้อ:

  • ระบบซอฟต์แวร์ไม่โดดเด่น
  • แถบปุ่มมีเดียไม่ครบถ้วน

 

8. Razer Huntsman V2 Analog

Razer Huntsman V2 Analog

ราคาวันนี้ - Lazada ราคาวันนี้ - Shopee

คีย์บอร์ดเกมมิ่งระบบออปติคอลที่ดีที่สุด

ระบบแป้นพิมพ์: ออปติคอล | ระบบสวิตช์: Razer Analog Optical | ระบบแสง: RGB เต็ม | ขนาด: 17.5 x 5.5 x 0.9 นิ้ว

ทางบริษัทผู้ผลิต Razer ได้ทำการทดลองระบบออปติคอลในตัวคีย์บอร์ด Razer Huntsman V2 โดยแป้นพิมพ์จะถูกสั่งงานด้วยระบบแสงเลเซอร์ ไม่ใช่ด้วยแรงกด (ระบบกลไก) หรือไฟฟ้า (ระบบเมมเบรน) เหมือนแต่ก่อน

ถ้าเป็นการเล่นเกมตามปกติแล้ว คุณอาจจะไม่ได้รู้สึกถึงความแตกต่างมากนัก แต่ถ้าเป็นการเล่นเกมในการแข่งขันแล้ว คุณจะขอบคุณความไวในการตอบสนองของคีย์บอร์ดระบบนี้

คีย์บอร์ด Huntsman V2 Analog มีฟีเจอร์ตามมาตรฐานของ Razer อย่างครบถ้วน รวมไปถึงซอฟต์แวร์ที่ตั้งโปรแกรมได้และแสงสี RGB ที่เต็มรูปแบบ แต่สิ่งที่เจ๋งสุดของคีย์บอร์ดรุ่นนี้คือการที่เราสามารถตั้งค่าแรงกดของแต่ละปุ่มได้ตามใจชอบเลย

ซึ่งนั่นหมายความว่า คุณสามารถกำหนดได้เองเลยว่าจะให้ปุ่มไหนใช้แรงกดมากน้อยเท่าไร นี่คือนวัตกรรมใหม่ที่เราอยากให้นำไปปรับใช้กับอุปกรณ์ตัวอื่น ๆ ด้วย

เหตุผลที่ควรซื้อ:

  • นวัตกรรมเลือกปรับแรงกดสำหรับแต่ละปุ่ม
  • รูปลักษณ์ที่สวยงาม
  • มีประสิทธิภาพดี

เหตุผลที่ไม่ควรซื้อ:

  • ปุ่มกดค่อนข้างแข็ง
  • ซอฟต์แวร์ไม่คงที่

 

9. SteelSeries Apex 5

Steelseries Apex 5

ราคาวันนี้ - Lazada ราคาวันนี้ - Shopee

คีย์บอร์ดเกมมิ่งลูกผสมที่ดีที่สุด

ระบบแป้นพิมพ์: เมมเบรน/กลไก | ระบบสวิตช์: SteelSeries proprietary model | ระบบแสง: RGB เต็ม | ขนาด: 17.5 x 5.5 x 1.6 นิ้ว

นาน ๆ ทีจะมีคีย์บอร์ดเกมมิ่งอย่าง SteelSeries Apex 5 ปล่อยออกมา ซึ่งเป็นการผสมผสานความลื่นไหลของคีย์บอร์ดชนิดเมมเบรนเข้ากับความไวในการตอบสนองของคีย์บอร์ดกลไก

ซึ่งก็ไม่ใช่ทุกครั้งที่การใช้งานจริงจะลงตัว ไร้ที่ติ มาในราคาสมเหตุสมผล ประสบการณ์โดยรวมในการใช้คีย์บอร์ด Apex 5 ค่อนข้างดีกว่าคีย์บอร์ดเมมเบรนทั่วไป ด้วยปุ่มกดที่ใช้ง่ายกว่าและระบบแสง RGB เต็มรูปแบบ

แต่จะให้พูดว่าใช้แล้วคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ ก็พูดได้ไม่เต็มปาก เพราะยังไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์อะไรจากจอ OLED ขนาดเล็กที่มุมบนขวา เราเลยรู้สึกว่าถ้าเพิ่มเงินอีกนิดหน่อย ซื้อคีย์บอร์ดกลไกไปเลยน่าจะคุ้มกว่า โดยเฉพาะถ้าคุณไม่ได้ชื่นชอบระบบแสง RGB เป็นพิเศษอยู่แล้วด้วย

แต่ถ้าคุณอยากลองใช้คีย์บอร์ดเกมมิ่งกลไกแบบยังไม่จริงจังมาก คีย์บอร์ด Apex 5 ก็เป็นตัวเลือกลาง ๆ ที่ใช้ได้เลยทีเดียว

เหตุผลที่ควรซื้อ:

  • ราคาสมเหตุสมผล
  • ความรู้สึกในการใช้ระหว่างเล่นเกมค่อนข้างดี
  • ปุ่มกดมัลติมีเดียใช้งานได้ดี

เหตุผลที่ไม่ควรซื้อ:

  • ลูกผสมระหว่างคีย์บอร์ดเมมเบรนและกลไก ไม่ได้เพิ่มคุณสมบัติพิเศษอะไร
  • ระบบแสงไม่หวือหวา

 

10. Razer BlackWidow V3 Mini Hyperspeed

Razer Blackwidow V3 Mini Hyperspeed

ราคาวันนี้ - Lazada ราคาวันนี้ - Shopee

คีย์บอร์ดขนาดเล็ก 65% ที่ดีที่สุด

ระบบแป้นพิมพ์: กลไก | ระบบสวิตช์: Razer Green หรือ Yellow | ระบบแสง: RGB เต็ม | ขนาด: 12.5 x 5.1 x 1.0 นิ้ว

คีย์บอร์ด Razer BlackWidow V3 Mini Hyperspeed เรียกได้ว่าเป็นคีย์บอร์ดขนาดเล็กสำหรับเล่นเกมที่ดีที่สุดในเวลานี้ แตกต่างกับคีย์บอร์ดขนาดเล็กรุ่นอื่น คีย์บอร์ด V3 Mini Hyperspeed มีขนาด 65% ของคีย์บอร์ดปกติ แปลว่าคุณจะยังมีปุ่มทิศทางและปุ่มลบให้ใช้งานอยู่

จึงเป็นเรื่องดีสำหรับผู้ที่ใช้งานการพิมพ์เยอะ และสำหรับนักเล่นเกม คีย์บอร์ด V3 Mini Hyperspeed มีปุ่มกด Razer Green หรือ Yellow ที่ใช้งานง่าย สะดวกสบาย รวมไปถึงระบบแสงสี RGB เต็มรูปแบบ ที่สามารถซิงค์กับอุปกรณ์อื่น ๆ จาก Razer ได้อีกด้วย

แต่ราคาของรุ่นนี้ก็จัดว่าสูงมาก เมื่อเทียบกับขนาดของมัน และด้วยความที่เป็นคีย์บอร์ดไร้สายที่มาพร้อมกับระบบแสงสีจัดเต็ม ทำให้แบตเตอรี่หมดค่อนข้างไว ต่อให้เป็นการตั้งค่าเริ่มต้นก็ตาม ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าคุณมีพื้นที่บนโต๊ะค่อนข้างจำกัด คีย์บอร์ด BlackWidow V3 Mini Hyperspeed ก็เหมาะสมสำหรับนำไปใช้งานทั้งการพิมพ์ เล่นเกม และช่วยคุณประหยัดพื้นที่ได้

เหตุผลที่ควรซื้อ:

  • มีปุ่มกดเท่าที่จำเป็น
  • ปุ่มกดใช้งานง่ายและสะดวก
  • ดีไซน์กะทัดรัดและใช้งานสะดวก

เหตุผลที่ไม่ควรซื้อ:

  • ราคาสูงมาก
  • อายุการใช้งานแบตเตอรี่น้อยแม้อยู่ในการตั้งค่าเริ่มต้น

 

วิธีเลือกคีย์บอร์ดเกมมิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

วิธีเลือกคีย์บอร์ดเกมมิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

มี 3 เรื่อง ที่ควรใช้พิจารณาว่าคีย์บอร์ดเกมมิ่งตัวไหนเหมาะกับคุณที่สุด: ดีไซน์, ฟีเจอร์ และราคา ซึ่งทั้ง 3 เรื่องนี้ล้วนเกี่ยวข้องกันหมด – ยิ่งคีย์บอร์ดดีไซน์ดี หรูหรามากเท่าไร ราคาก็ยิ่งแพงขึ้นเท่านั้น คีย์บอร์ดที่ฟีเจอร์เรียบง่ายก็มีจะราคาถูกลง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เรารู้ ๆ กันอยู่แล้ว

สิ่งแรกที่คุณควรพิจารณาคือ อยากได้คีย์บอร์ดขนาดเต็มหรือว่าแบบ Tenkeyless ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ง่ายมาก: คีย์บอร์ดขนาดเต็มจะมีแผงปุ่มกดตัวเลขทางด้านขวามือ ในขณะที่คีย์บอร์ดแบบ Tenkeyless ไม่มี ถ้าต้องใช้งานคีย์บอร์ดทั่วไปมากกว่า คงจะดีกว่าถ้ามีปุ่มกดตัวเลขอยู่ด้วย; แต่ถ้าไม่ได้ใช้งานเยอะ ปุ่มกดตัวเลขก็อาจจะไม่จำเป็น แถมยังช่วยประหยัดงบได้อีกด้วย

จากนั้นคุณควรเลือกว่าชอบระบบสวิตช์แบบไหน ถ้าคุณคิดจะซื้อคีย์บอร์ดกลไก Cherry MX น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด สวิตช์ Cherry ที่คนส่วนใหญ่เลือกใช้จะมี รหัสสวิตช์สีแดงแบบ Linear (ลื่นไหล) ไม่มีเสียงคลิกเวลาพิมพ์ รหัสสวิตช์สีน้ำตาลแบบ Tactile (รู้สึกได้ถึงแรงกด) ไม่มีเสียงคลิกเวลาพิมพ์ และตัวสุดท้ายรหัสสวิตช์สีน้ำเงินแบบ Tactile (รู้สึกได้ถึงแรงกด) ได้ยินเสียงคลิกเวลากด ซึ่งผู้ผลิตแต่ละเจ้าจะมีระบบสวิตช์คล้ายกัน เพียงแต่อาจเรียกรหัสสีแตกต่างกันเท่านั้นเอง

ฟีเจอร์ที่ไม่เหมือนกันของคีย์บอร์ดแต่ละตัวทำให้ราคาต่างกันออกไป อย่างระบบแสงสี RGB ก็ทำให้คีย์บอร์ดเกมมิ่งราคาสูงขึ้นประมาณนึง หรือระบบคีย์บอร์ดไร้สายก็ทำให้ราคาแพงขึ้นไปอีก ส่วนตัวแล้วทางเราก็ชอบคุณสมบัติทั้งสองอย่างนี้ แต่มันก็อาจจะไม่ได้คุ้มค่ากับเงินที่ต้องเสียไป ถ้าฟีเจอร์เหล่านั้นไม่ได้จำเป็นสำหรับคุณ เอาเข้าจริงคีย์บอร์ดไร้สายก็ไม่ได้จำเป็นอะไรขนาดนั้น เพราะสุดท้ายเราก็ใช้คีย์บอร์ดทำงานอยู่กับที่ ไม่ได้เคลื่อนย้ายไปไหนอยู่ดี

เราทดสอบการทำงานของคีย์บอร์ดอย่างไร

เราใช้หลากหลายวิธีในการทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของคีย์บอร์ด เพื่อตามหาสุดยอดคีย์บอร์ดเกมมิ่ง แต่วิธีแรกซึ่งเป็นวิธีที่สำคัญที่สุดคือ การนำคีย์บอร์ดนั้น ๆ มาลองเล่นเกมที่แตกต่างกัน เพื่อดูการใช้งานของคีย์บอร์ดแต่ละตัว ส่วนใหญ่เราจะลองเล่นกับเกมแบบ FPS (เกมแอคชั่นจากมุมมองผู้เล่น), RTS (วางแผนแบบเรียลไทม์), RPG (รับบทเป็นตัวละครในเกม) และ MMO (ผู้เล่นหลายคน) อย่างละครั้ง เพราะคีย์บอร์ดเกมมิ่งที่ดีจะช่วยให้เล่นเกมพวกนี้ได้ดีขึ้น (แต่ถ้าเป็นเกมผจญภัยหรือแอคชั่นอาจจะใช้แค่จอยคอนโทรลที่ดีก็พอแล้ว)

จากนั้นเราจะเจาะลึกลงไปดูพวกระบบซอฟต์แวร์ทั้งหลาย เพื่อพิจารณาว่าใช้งาน ปรับแต่ง ตั้งค่าใหม่ยากหรือง่ายแค่ไหน โดยซอฟต์แวร์ที่ใช้งานง่ายจะได้คะแนนที่สูงกว่า ส่วนซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อน ใช้งานยากก็จะโดนหักคะแนนไป แม้จะมีประสิทธิภาพที่ดีมากก็ตาม

สุดท้าย เราจะทดลองใช้คีย์บอร์ดแต่ละตัวในการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันทั่วไป 2 – 3 วัน เพราะส่วนใหญ่แล้วนักเล่นเกมจะไม่ค่อยสลับคีย์บอร์ดไปมา; ถ้าใช้คีย์บอร์ดตัวไหนเล่นเกม ก็จะใช้คีย์บอร์ดตัวนั้นทำงานอื่น ๆ ด้วย และถ้าคีย์บอร์ดตัวไหนที่สามารถใช้งานทั่วไปได้ดีด้วย เราก็จะแนะนำรุ่นนั้นมากกว่า

nv-author-image

ชยานนท์ มั่นคง

บาง เป็นคือนักเขียนผู้เชี่ยวชาญแห่งวงการเทคโนโลยีของเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมือถือรุ่นล่าสุด แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์สุดล้ำที่เพิ่งเปิดตัวก็ตามไป บางจะเป็นผู้ให้ข้อมูลที่ดีที่สุดให้กับคุณเอง การันตีด้วยปริญญาตรีด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และความชื่นชอบเรื่องเทคโนโลยียุคใหม่เป็นการส่วนตัวคัว บางจึงสามารถนำความรู้ความเข้าใจที่เขามีมาใช้ในการวิเคราะห์และเขียนบทความรีวิวสินค้าผลิตภัณฑ์ให้เราได้อย่างยอดดีเยี่ยม ใครที่สนใจเรื่องอุปกรณ์ไฮเทคสุดล้ำ ก็อย่าลืมคอยต้องไม่พลาดติดตามคอนเทนต์ดี ๆ จากบางนะ