ProReview เป็นแพลตฟอร์มที่รองรับการใช้งานของผู้อ่าน เมื่อคุณซื้อสินค้าหรือบริการผ่านลิงก์บนเว็บไซต์ของเรา เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากพันธมิตร อ่านเพิ่มเติม
รีวิว Apple Ipad Air 4 (2020)

รีวิว Apple iPad Air 4 (2020)

Apple iPad Air (2020) วางจำหน่ายด้วยราคาที่อยู่ตรงกลางระหว่าง iPad 9 (2021) รุ่น 10.2 นิ้ว และ iPad Pro 2021 รุ่น 11 นิ้ว จึงเป็นตัวเลือกกลาง ๆ สำหรับคนที่ต้องการคุณสมบัติระดับโปร แต่ไม่อยากจ่ายแพงเมื่อคิดว่าต้องซื้อ Magic Keyboard มาใช้ด้วย

แต่ iPad รุ่นนี้ดีพอให้คุณจ่ายเงินเกือบ 2 เท่าของราคา iPad ธรรมดาหรือไม่ ขอตอบว่าใช่ เพราะนี่เป็นหนึ่งใน iPad รุ่นที่เราชอบที่สุด ณ ตอนนี้

iPad Air 4 จอ 10.9 นิ้ว ไม่เพียงแต่สร้างความประทับใจด้วยดีไซน์ขอบแบน แต่ยังสามารถใช้กับ Apple Pencil (รุ่นที่ 2) และ Magic Keyboard ได้ ซึ่งหมายความว่ามันสามารถใช้แทนแล็ปท็อปของคุณได้ (ถ้าคุณซื้ออุปกรณ์เสริมพวกนั้นเพิ่ม) แถมยังประมวลผลได้เร็วด้วยชิป A14 Bionic และมีพอร์ตชาร์จ USB-C นี่จึงเป็นการอัปเกรด 2 อย่างที่เราอยากให้ iPad ธรรมดามี

ในรีวิว iPad Air (2020) นี้ เราจะอธิบายให้เห็นถึงข้อเสียจริง ๆ ของแท็บเล็ตรุ่นนี้ ซึ่งก็แทบจะไม่รู้สึกเลย ถ้าไม่ได้เอาไปเปรียบเทียบกับรุ่นอื่น นั่นคือ

  • จอแสดงผลที่สว่างและสีสันสดใส แต่มีคู่แข่งที่สว่างกว่าและมีสีมากกว่า
  • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนาน แต่แพ้ให้คู่แข่ง 2 รุ่น ซึ่งรวมถึง iPad ธรรมดาด้วย

Apple iPad Air 5 เปิดตัวแล้ว และพัฒนาต่อยอดจาก iPad Air 4 ด้วยชิป M1 ที่รวดเร็ว และสามารถเชื่อมต่อ 5G ได้แล้ว

แต่การมาของแท็บเล็ตรุ่นใหม่กว่าอย่าง iPad Air 5 จะทำให้รุ่นนี้ล้าสมัยไปไหม รีวิวนี้จะบอกทุกสิ่งทุกอย่างว่าทำไม iPad Air 4 ถึงดีที่สุด

หากคุณสับสนระหว่างรุ่นต่าง ๆ อ่านบทความเปรียบเทียบ iPad ของเรา คุณควรซื้อ iPad รุ่นไหน? iPad, iPad mini, iPad Air หรือ iPad Pro

 

รีวิว iPad Air 4 (2020) : วันเปิดตัวและราคา

รีวิว Ipad Air 4 (2020) วันเปิดตัวและราคา

iPad Air 4 ออกวางจำหน่ายวันศุกร์ ที่ 23 ตุลาคม 2020 ในราคา 19,900 บาท สำหรับความจำ 64GB และสามารถอัปเกรดเป็น 256GB โดยเพิ่มเงินอีก 5,000 บาท รวมเป็น 24,900 บาท รุ่นที่เชื่อมต่อระบบ LTE cellular ราคาสูงขึ้นอีก 4,500 บาท ทำให้เป็นรุ่นที่มีราคาสูงสุดอยู่ที่ 29,400 บาท

แต่ก็เป็นราคาที่ดีมากเมื่อเทียบกับ iPad Pro แต่บางคนอาจจะช็อก ถ้าจำได้ว่า iPad Air 3 ราคาแค่ 17,900 บาท โชคดีที่เมื่อมีรุ่นใหม่เปิดตัว เราจึงเริ่มเห็นราคาที่ลดลง (เล็กน้อย) บ้างแล้ว และจากการค้นหาออนไลน์ ช่วงนี้เราพบว่า iPad Air 2020 ราคาที่ดีที่สุดอยู่ 569 ดอลลาร์

 

รีวิว iPad Air 4 (2020) : ดีไซน์

รีวิว Ipad Air 4 (2020) ดีไซน์

รูปร่างหน้าตาของ iPad Air 4 คล้าย iPad Pro จนอาจทำให้คุณคิดว่า Apple แค่ออกสีใหม่ให้รุ่นจอ 11 นิ้ว รึเปล่า คือ มีสีเขียวที่เราใช้ทดลอง, สีโรสโกลด์, สีเงิน และสีเทาสเปซเกรย์

เมื่อเทียบ iPad Air 4 กับ iPad Air 3 คุณจะเห็นว่ารุ่นนี้ได้เอาปุ่มโฮมออกจากด้านล่างของหน้าจอทำให้ Apple สามารถเพิ่มขนาดของหน้าจอได้ อย่างที่เห็น iPad Air 4 หน้าจอมีขนาด 10.9 นิ้ว ซึ่งใหญ่กว่า  iPad Air 3 ที่มีหน้าจอขนาด 10.5 นิ้ว

ข้อแตกต่างที่สำคัญอีกจุดหนึ่งคือปุ่มมาตรการด้านความปลอดภัย Apple ได้เลือกย้ายที่สแกนลายนิ้วมือ Touch ID ไปซ่อนไว้ที่ปุ่มปลดล็อคแทน

นอกจากนี้ iPad Air 4 ยังเลิกใช้พอร์ต Lightning เปลี่ยนมาใช้ USB-C ช่วยให้ลดจำนวนสายชาร์จที่เราต้องใช้ลง ซึ่งนี่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่หลายคนเรียกร้อง และอยากให้ iPad รุ่นธรรมดาเป็นแบบนี้ด้วย

iPad Air 4 ไม่มีช่องเสียบหูฟัง เช่นเดียวกับ iPad Pro หรือ Tab S7 แต่เราอยากให้เทรนด์นี้เลิกฮิตเสียที ส่วนตัวเราชอบ AirPods Pro และเพิ่งเริ่มใช้วิธีต่อหูฟังแบบมีสายเชื่อมต่อกับไมค์พอดคาสต์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์เดียวที่ยังใช้หูฟังแบบมีสายได้จริง ๆ

 

รีวิว iPad Air 4 (2020) : จอแสดงผล

รีวิว Ipad Air 4 (2020) จอแสดงผล

จอของ iPad Air 4 มีความคมชัด แต่สามารถปรับให้สว่างขึ้นได้ การดูภาพยนตร์ 4K บน iPad Air 4 คุณจะเห็นรายละเอียดภาพดีมาก  การปรับน้ำหนักสีก็ดีเวลาที่เราทดลองดูตัวอย่างภาพยนตร์เรื่องใหม่ สีแดง และสีฟ้า สดใสเหมือนเด้งออกมาจากจอ

iPad Air 4 มีการแสดงช่วงสี sRGB ที่ 102.9% ซึ่งเป็นระดับต่ำกว่า Galaxy Tab S7 (โหมด Natural อยู่ที่ 111%, โหมด Vivid อยู่ที่ 152%) และ iPad Pro จอ 12.9 นิ้ว อยู่ที่ 122.9% ส่วน iPad ธรรมดา แสดงช่วงสีได้ใกล้เคียงกันที่ 97%

iPad Air 4 มีค่าความสว่างสูงสุด 440 นิต ซึ่งเป็นค่าที่ถือว่าดีแล้ว แต่รุ่นที่เป็นคู่แข่งกลับดีกว่า ซึ่งรวมถึง iPad ธรรมดาด้วย (484 นิต) ที่สว่างน้อยกว่า Galaxy Tab S7 (499 นิต) เล็กน้อย และ The iPad Pro (559 นิต) ก็มีความสว่างมากขึ้นตามลำดับ

อีกเหตุผลที่ควรเลือกใช้ iPad Air 4 แทนที่จะเป็น iPad รุ่นธรรมดา นั่นคือจอที่มีคุณสมบัติพิเศษเพิ่มเติมอีก นั่นรวมถึงจอแบบ full lamination และการเคลือบป้องกันแสงสะท้อน ทำให้ทนต่อแสงสะท้อนและรอยนิ้วมือ

แม้ iPad Air 4 จะไม่มีอัตรารีเฟรชเรท 120Hz เหมือนใน iPad Pro และ Tab S7 ที่ทำให้ภาพเคลื่อนไหวลื่นไหลกว่า แต่ผู้ใช้ทั่วไปไม่น่าจะรู้สึกถึงความแตกต่างนี้

 

รีวิว iPad Air 4 (2020) : ระบบ Touch ID

รีวิว Ipad Air 4 (2020) ระบบ Touch Id

iPad Air 4 จะให้ความรู้สึกเหมือนเป็นส่วนผสมระหว่าง iPad และ iPad Pro โดยใช้ปุ่มเปิดปิดในการสแกนลายนิ้วมือ Touch ID เราก็ไม่รู้ว่าทำไม Apple จึงตัดสินใจไม่ใส่ Face ID มาในกล้องหน้า เหมือนของ iPad Pro มาในรุ่นนี้ด้วย ในเมื่อ iPad Air ก็มีช่องเล็ก ๆ ที่พอดีกับเซ็นเซอร์แบบ iPad Pro อยู่แล้ว

เซ็นเซอร์ Touch ID ใน iPad Air 4 มีการประมวลผลที่รวดเร็ว เมื่อต้องใช้ Apple Pay หรือต้องการใช้รหัสผ่าน แต่ก็อย่างที่บอก Apple ไม่น่าเอา Face ID ออกเลย

แต่ถึงอย่างนั้นปุ่มเปิดปิด Touch ID ของ iPad Air 4 เป็นลูกเล่นเล็ก ๆ ที่ทำออกมาได้ดีกว่า Galaxy Tab S7 อย่างที่บอกไปแล้ว แต่ Samsung ได้คะแนนตรงนี้ไปเพิ่ม เพราะให้มาทั้งระบบการจดจำใบหน้าและลายนิ้วมือ ในขณะที่ Apple ให้มาแค่อย่างเดียว

 

รีวิว iPad Air 4 (2020) : การประมวลผล A14 Bionic

รีวิว Ipad Air 4 (2020) การประมวลผล A14 Bionic

iPad Air 4 ประมวลผลด้วยชิป A14 Bionic ซึ่งมี CPU แบบ hexa-core และ GPU แบบ quad-core เมื่อรวมเข้าด้วยกันแล้วก็ให้ความเร็วที่ได้เปรียบกว่าแท็บเล็ตรุ่นอื่น ๆ ในการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันอย่างการแบ่งหน้าจอ เปิด Safari 10 แท็บขึ้นไป และ ดูวิดีโอความละเอียด1080p ใน YouTube ก็ไม่มีการกระตุกเกิดขึ้น

iPad Air 4 ได้คะแนน 4,262 จากเกณฑ์มาตรฐานทั่วไปของ Geekbench 5 ซึ่งเหนือกว่าคู่แข่งหลัก อย่าง Galaxy Tab S7 (Snapdragon 865+) ที่ได้ 3,074 คะแนน และ iPad 2020 (A12 Bionic) ได้ 2,685 คะแนน iPad Pro 2020 (A12Z Bionic) เป็นเพียงรุ่นเดียวที่ทำได้ดีกว่า ด้วยคะแนน 4,720

เกมแข่งรถบนมือถืออย่าง Asphalt 9: Legends สามารถเล่นได้อย่างราบรื่นบน iPad Air 4 ไม่มีการกระตุกหรือเฟรมดร็อบ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่ขับเบียดรถคันอื่นจนตกถนนแล้วเร่งเครื่องเข้าเส้นชัย…เป็นที่สุดท้ายก็ตามที

 

รีวิว iPad Air 4 (2020) : ระบบเสียง

รีวิว Ipad Air 4 (2020) ระบบเสียง

ลำโพงสเตอริโอของ iPad Air 4 ดังมาก เรียกได้ว่าไม่ใช่แค่ดังพอจะได้ยินทั่วทั้งออฟฟิศขนาดเล็กถึงขนาดกลางเท่านั้น แต่ยังอาจได้ยินไปถึงห้องข้าง ๆ กันได้เลย  เมื่อฟังเพลงจากแท็บเล็ต เสียงร้องจะดังชัดเจนทั่วห้อง และยังได้ยินเสียงแฉของกลองคมชัดอีกด้วย

ข้อแตกต่างสำคัญระหว่างเสียงของ Air 4 กับเสียงของ iPad Pro คือความฉลาด คุณจะได้รับประสบการณ์เสียงสเตอริโอที่แท้จริงเมื่อถือ Air 4 ในแนวนอนเท่านั้น ขณะที่ iPad Pro มีการติดตั้งลำโพง 4 ตัว ที่ทำให้คุณได้เสียงระบบสเตอริโอสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะวางแบบไหน เพราะเครื่องสามารถปรับเป็นสเตอริโอได้ ไม่ว่าจะวางในแนวตั้งหรือแนวนอน

 

รีวิว iPad Air 4 (2020) : Apple Pencil และ Magic Keyboard

รีวิว Ipad Air 4 (2020) Apple Pencil และ Magic Keyboard

ส่วนที่เราชอบที่สุดใน iPad Air 4 ก็คือคุณไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินเพิ่มมากนัก เพื่อใช้อุปกรณ์เสริม iPad ที่ดีที่สุดของ Apple เริ่มจาก Apple Pencil รุ่นที่ 2 ที่เพียงแค่ติดไว้กับขอบบนของ iPad Air 4 ก็ชาร์จไฟได้แล้ว

Apple Pencil 2 เป็นอุปกรณ์เสริมที่สำคัญ เพราะว่า iPadOS 14 มีฟีเจอร์ Scribble มากความสามารถ คือ ใช้คุณสามารถ Apple Pencil เขียนลงไปในช่องข้อความ แล้วจากนั้นลายมือของคุณจะเปลี่ยนเป็นตัวพิมพ์ทันที

ที่สำคัญ iPad Air 4 รองรับการใช้ Magic Keyboard หมายความว่า การพิมพ์บน iPad รุ่นนี้ง่ายดายเหมือนการพิมพ์บน iPad Pro อีกอย่าง Magic Keyboard ยังเหนือกว่าเพราะมีทัชแพด ซึ่งใน Smart Keyboard ไม่มี ทำให้การใช้งาน iPad Air 4 คู่กับ Magic Keyboard จะเหมือนการใช้แล็ปท็อปมากกว่า

รีวิว Ipad Air 4 (2020) Magic Keyboard

น่าเสียดายที่ Magic Keyboard ราคาสูงถึง 9,990 บาท ก็ไม่รู้ว่า Apple ผลิตมายังไง แต่การขายคีย์บอร์ดราคาเกือบเท่า iPad รุ่นเริ่มต้น มันก็ทำให้เรารู้สึกแปลก ๆ

Apple Pencil รุ่นที่ 2 ในราคา 4,490 บาท ถือว่าราคาค่อนข้างแพง Apple น่าจะให้ฟรีเหมือนกับ Samsung ให้ S-Pen ของ Galaxy Tab S7 มาฟรี ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่ Apple Pencil 2 ก็ให้เรารู้สึกว่ามันสำคัญกว่า S-Pen มาก ห้ามทำหาย

ย้ำอีกครั้งว่าอย่าซื้อ Apple Pencil 1 ราคา 3,400 บาท มาใช้กับ iPad Air 4 เด็ดขาด การซื้อ Pencil รุ่นที่ 2 ที่แพงขึ้น 1,090 บาท ถือว่าคุ้มเกินคุ้ม เพราะ Apple Pencil 1 ก็ไม่เหมาะกับ Air 4 เพราะไม่สามารถเสียบเข้ากับจุดชาร์จของ iPad Air 4 ได้โดยตรง ต้องใช้อะแดปเตอร์แบบ USB-C กับ Lightning คู่กัน

 

รีวิว iPad Air 4 (2020) : กล้อง

รีวิว Ipad Air 4 (2020) กล้อง

บางคนใช้ iPad Air 4 แทนกล้องถ่ายรูปและเราก็คงไม่ห้ามหรอก Apple สนับสนุนให้คนถ่ายรูปด้วยแท็บเล็ตมากขึ้น โดยกล้องของ iPad Air เป็นเลนส์ wide ความละเอียดถึง 12 ล้านพิกเซล

กล้องหน้าความละเอียด 7 ล้านพิกเซล ทำให้การจับภาพคมชัดและแม่นยำ โดยเราได้ทดลองถ่ายเซลฟี่ในห้องนั่งเล่น เราคิดว่าที่จริงมันออกจะถ่ายเห็นจมูกและผิวชัดไปหน่อยด้วยซ้ำ

กล้อง iPad Air 4 นูนออกมาจากตัวเครื่องเล็กน้อยเหมือนกับของ Galaxy Tab S7 เวลาวางบนพื้นโต๊ะเรียบ ๆ ก็จะรู้สึกถึงการโยกเยกพอสมควร ไม่เรียบไปกับโต๊ะ ซึ่งเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

 

รีวิว iPad Air 4 (2020) : การใช้งานแบตเตอรี่

รีวิว Ipad Air 4 (2020) การใช้งานแบตเตอรี่

แบตเตอรี่ของ iPad Air 4 มีอายุการใช้งานทั้งวัน ในการทดสอบแบตเตอรี่พบว่าอยู่ได้ 10 ชั่วโมง 29 นาที ซึ่งเบียดเอาชนะ iPad Pro ไปได้นิดหน่อย (10 ชั่วโมง 16 นาที ) แต่ iPad จอ 10.2 นิ้ว (12 ชั่วโมง 57 นาที ) และ Samsung Galaxy Tab S7 (13 ชั่วโมง 16 นาที) อยู่ได้นานกว่ามาก ความแตกต่างนี้ทำให้คุณต้องชาร์จ iPad Air 4 บ่อยกว่า (แต่ก็ไม่ได้มากนัก)

 

รีวิว iPad Air 4 (2020) : สรุป

ถ้ามีคนถามว่าควรซื้อแท็บเล็ตรุ่นไหน ตอนนี้ก็ยังแนะนำเป็น iPad Air 4 มันไม่เพียงแต่เร็วกว่า และดูมีสไตล์กว่า iPad ธรรมดา แต่ยังรองรับ Magic Keyboard ซึ่งสามารถใช้งานได้เหมือนเป็นแล็ปท็อปเครื่องนึง ติดอยู่นิดหน่อยตรงที่ ถ้าแบตเตอรี่อยู่ได้นานกว่านี้ หรือหน้าจอสว่างกว่านี้ ก็อาจจะเรียกได้ว่า Apple ได้สร้างแทบเล็ตที่ดีที่สุดที่เคยมีมาก็ได้

แน่นอนว่า iPad Air 5 พัฒนาขึ้นกว่านี้ แต่ด้วยความที่เพิ่งเปิดตัว ราคาตอนนี้เลยยังสูงมาก

หากต้องการแบตเตอรี่ที่อยู่ได้นานกว่านี้ คุณสามารถเลือกใช้ Galaxy Tab S7 ที่แพงขึ้นอีก 3,000 บาท หรือ รุ่นที่ถูกว่ามากอย่าง iPad แต่ iPad Air 4 เร็วกว่า 2 รุ่นที่ว่ามา และสำหรับคนที่อยากได้จอที่สว่างกว่านี้ ก็ให้เลือก iPad Pro แต่คุณต้องจ่ายเพิ่มอีก 8,000 บาท แต่หลาย ๆ คนอาจไม่สังเกตเห็นความแตกต่างของภาพจากทั้งสองรุ่นนี้ด้วยซ้ำ

โดยสรุปแล้ว บทความรีวิว iPad Air 4 นี้ได้ทำให้เห็นว่าทำไม iPad Air 4 จึงเป็นหนึ่งใน iPad ที่ดีที่สุดที่มีวางจำหน่ายตอนนี้ ต้องขอบคุณที่ให้ฟีเจอร์ส่วนใหญ่ของ iPad Pro (ที่คนชื่นชอบ) มาด้วย และออกแบบมาให้เข้าถึงผู้ใช้ส่วนใหญ่ได้มากขึ้นด้วย

nv-author-image

วรรณิดา กสิวงศ์

วรรณิดาเริ่มมีความสนใจในงานวิจัยและการเขียนมากขึ้นขณะกำลังศึกษาอยู่ที่คณะศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยประสบการณ์กว่า 5 ปีในการเขียนรีวิวสินค้าที่ผ่านการค้นคว้าข้อมูลอย่างลึกซึ้งและมีความรู้และเข้าใจถึงคุณภาพของสินค้า ทำให้เธอเหมาะสมที่สุดที่จะเป็นหัวหน้าหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้านของเรา เพราะนอกจากนี้แล้วเธอยังมีความรักและสนใจในเรื่องการทำอาหาร ทำสวน และมักจะคอยอัพเดทข้อมูลเรื่องสินค้าล้ำ ๆ สำหรับใช้ในบ้านอยู่เสมอ