ProReview เป็นแพลตฟอร์มที่รองรับการใช้งานของผู้อ่าน เมื่อคุณซื้อสินค้าหรือบริการผ่านลิงก์บนเว็บไซต์ของเรา เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากพันธมิตร อ่านเพิ่มเติม

รีวิวนาฬิกา Fitbit Sense ดีไหม ฉบับปี 2021

Fitbit Sense เป็นอุปกรณ์ตระกูลใหม่จาก ผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับติดตามการออกกำลังกาย และเป็นส่วนหนึ่งของการปรับทิศทางบริษัท ให้ Fitbit กลายเป็นแบรนด์ด้านสุขภาพ

แม้ว่า Fitbit Sense จะมีรูปลักษณ์เหมือนสมาร์ทวอทช์ Fitbit รุ่นอื่น แต่ที่จริงแล้ว อุปกรณ์นี้เป็นโรงจัดเก็บข้อมูลสุขภาพที่ทรงพลัง เต็มไปด้วยเซ็นเซอร์ที่ออกแบบมาเพื่อให้คุณสัมผัสกับการทำงานภายในของทั้งร่างกายและจิตใจ

อุปกรณ์นี้ถือเป็นก้าวกระโดดของเทคโนโลยีที่ผู้ใช้สามารถสวมใส่ได้ และเป็นก้าวกระโดดของคุณสมบัติการใช้งานที่นำเสนอ โดยมีเซ็นเซอร์และการบันทึกข้อมูลสุขภาพมากกว่า Fitbit Versa 3, Fitbit Charge 4 หรือ Fitbit Inspire 2

แต่ในขณะเดียวกัน ก็ถือเป็นอุปกรณ์ที่ยากที่สุดชิ้นหนึ่งที่เราได้ประเมินผลการใช้งาน ยังมีบางส่วนที่มีข้อจำกัดทางกฎหมายและกฎระเบียบทางการ เนื่องจากมีการบันทึกข้อมูลจำนวนมาก แต่ให้ข้อมูลเชิงลึกเพียงเล็กน้อย และมีข้อบกพร่องของซอฟต์แวร์ อินเทอร์เฟซทำงานช้า และผู้ใช้ยังต้องพึ่งพาการสมัครสมาชิกรายเดือน อุปกรณ์รุ่นนี้จึงไม่ใช่รุ่นที่เราสามารถแนะนำได้อย่างเต็มปาก

แต่ข้อดีก็มีอยู่หลายอย่าง และเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อการให้คะแนนของเรา ในช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลง อุปกรณ์นี้เป็นเสมือนหน้าต่างที่สมบูรณ์แบบที่สุดบานหนึ่ง ที่ช่วยให้เข้าใจสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของคุณ นี่คือข้อมูล Fitbit Sense ในการรีวิวของเรา

Fitbit Sense: ราคา รุ่นอื่นที่คล้ายกัน และการใช้งาน

Fitbit Sense: ราคา รุ่นอื่นที่คล้ายกัน และการใช้งาน

Fitbit Sense ถือเป็นอุปกรณ์ที่แพงที่สุดของบริษัทในราคาประมาณ 10,000 บาท และยังมีราแพงกว่าอีกรุ่นที่มีรูปลักษณ์เหมือนกันอย่าง Versa 3 (ราคาประมาณ 7,000 บาท แต่ไม่มีการแสดงข้อมูล คลื่นไฟฟ้าหัวใจ ความเครียด และอุณหภูมิ)

ราคารุ่นนี้ถูกกว่า Galaxy Watch 3 และ Apple Watch Series 6 ซึ่งมีการบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจอยู่ทั้งคู่ แต่ทำงานได้มากกว่า Apple Watch SE ที่มีคุณสมบัติการใช้งานด้านสุขภาพเฉพาะแบบพื้นฐาน เช่นเดียวกับ Versa

 

Fitbit Sense: การออกแบบ

Fitbit Sense: การออกแบบ

  • เพรียวบางและเป็นทรงกลม
  • สามารถใช้ได้ทุกเพศ และมีสายรัดที่เปลี่ยนได้
  • หน้าจอใหญ่ขนาด 1.58 นิ้ว
  • มีปัญหาประสิทธิภาพบางอย่าง และการพลิกข้อมือไม่ค่อยราบรื่น

Fitbit Sense ใช้เคสเดียวกันกับ Fitbit Versa 3 และเป็นแพ็คเกจที่ทำให้เราค่อนข้างประหลาดใจ

รูปทรงเป็นเหมือนก้อนกรวดสีดำทรงกลมธรรมดา ทำให้ ไม่มีใครรู้สึกขุ่นเคืองหรือตื่นเต้นกับการออกแบบของ Fitbit Sense

หน้าจอเป็นจอแสดงผลขนาด 1.58 นิ้วใหญ่จุใจ ที่ถูกอัดลงในเคสที่วัดขนาดได้เพียง 40.5 มิลลิเมตร แสดงผลด้วยความละเอียด 336 x 336 ที่ชัดเจนและคมชัด จึงไม่มีข้อเสียเรื่องคุณภาพหน้าจอนี้

ขนาดของอุปกรณ์ออกแบบมาให้เหมาะสำหรับทุกเพศ และเรารู้สึกว่าแม้แต่คนที่มีข้อมือบาง ก็จะไม่มีปัญหาในการสวม อุปกรณ์รุ่น Sense

อุปกรณ์นี้มีสายรัดที่เปลี่ยนได้อย่างรวดเร็ว จึงให้คุณปรับแต่งรูปลักษณ์ได้อย่างง่ายดาย แม้ว่าจะเป็นแบบเฉพาะตามกรรมสิทธิ์

Fitbit Sense เป็นอุปกรณ์ที่มีหน้าจอสัมผัส พร้อมปุ่มสัมผัสเพียงปุ่มเดียวที่ฝาด้านซ้าย ซึ่งทำหน้าที่เป็นปุ่มเมนู เราไม่ค่อยประทับใจกับการออกแบบนี้ และรู้สึกว่าตำแหน่งของปุ่มไกลเกินไปใต้ขอบหน้าปัดโค้งมน และมองว่าอาจจะเป็นการออกแบบปุ่มที่ผิดด้านสำหรับการใส่สายรัดที่ข้อมือซ้าย

สำหรับการเลือกดูข้อมูลที่แตกต่างกัน คุณสามารถเลือกดูได้ด้วยการปัดหน้าจอไปในทิศทางต่าง ๆ อาจจะใช้เวลาซักพักในการทำความคุ้นเคยกับสิ่งต่าง ๆ และในช่วงสามอาทิตย์ที่เราได้ลองสวมใส่ เราขอพูดตามตรงว่าเราไม่เคยได้ใช้ข้อมูลการเช็คสภาพอากาศหรือสถิติจากการเลื่อนหน้าจอไปด้านล่างเลย

Fitbit Sense การออกแบบ 2

หน้าจอสัมผัส การยกข้อมือ และระบบปฏิบัติการ มีประสิทธิภาพต่ำกว่าที่เราคาดหวังจากสมาร์ทวอทช์ในปี 2021 เราพบว่าการยกข้อมือไม่ค่อยตอบสนอง ดังนั้นเมื่อยกข้อมือขึ้นเพื่อให้สว่าง เรามักจะพบว่าหน้าจอยังเป็นสีดำมืดอยู่

เมื่อเราเปลี่ยนหน้าจอให้ทำงานตลอดเวลา (ซึ่งทำให้แบตเตอรี่ลดลงเหลือน้อยกว่าสองวัน) หน้าจอหลักมักจะไม่สว่างขึ้นจากโหมดพลังงานต่ำในบางจังหวะการเคลื่อนไหว จึงไม่ตอบสนองต่อการสัมผัส

เมื่อคุณปัดไปทางซ้ายหรือขวา ส่วนเมนูจะเลื่อนไปมา และปัดลงเพื่อดูโปรแกรมและสถิติรายวัน ซึ่งการปัดลงนี้ บางครั้งจะค้างและหลังจากนั้น ก็ปรากฏขึ้นเองในทันที ทำให้คุณรู้สึกสับสนใจการใช้งาน และไม่แน่ใจว่าการปัดใช้งานได้หรือไม่

การใช้งานส่วนอื่นมีปัญหาเล็กน้อยที่เราเจอ ที่จริงแล้ว ประสิทธิภาพของการทำงานของอุปกรณ์มีความเชื่องช้า Fitbit Sense จึงเป็นนวัตกรรมที่น่าตื่นเต้น แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นสมาร์ทวอทช์ที่มีประสิทธิภาพต่ำ

 

Fitbit Sense: คุณสมบัติเกี่ยวกับสุขภาพ

  • วัดระดับความเครียดอย่างลึกซึ้ง
  • บันทึกข้อมูลอุณหภูมิอย่างชาญฉลาด
  • มีข้อมูลดิบสำหรับผู้ใช้พรีเมียม

Fitbit Sense มีปัญหาในฐานะสมาร์ทวอทช์อย่างชัดเจน แต่ถ้ามองในรูปแบบอุปกรณ์เพื่อสุขภาพ รุ่นนี้มีคุณสมบัติยังไงบ้าง?

ในแง่ของการติดตามบันทึกข้อมูล ถือเป็นอุปกรณ์ที่ยอดเยี่ยมมาก ดังนั้นเราจะมาตรวจสอบแต่ละส่วนแยกกัน

คลื่นไฟฟ้าหัวใจ

Fitbit Sense มีความสามารถในการอ่านค่าคลื่นไฟฟ้าหัวใจ แม้ว่าคุณสมบัตินี้จะพร้อมใช้งานใน “กลางเดือนตุลาคม” เราจะมาแบ่งปันข้อมูลและรีวิวส่วนนี้เมื่อเราได้ลองใช้แล้ว และสามารถแสดงให้คุณเห็นได้ว่ามันทำงานอย่างไร

Fitbit Sense จะแจ้งเตือนถึงอัตราการเต้นของหัวใจสูงและต่ำด้วย ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ โชคดีที่เราไม่ได้รับการแจ้งเตือนนี้ในช่วงการทดลองใช้งานของเรา

ความเครียดและการวัดกิจกรรมเคลื่อนไหวด้วยไฟฟ้า

ความเครียดและการวัดกิจกรรมเคลื่อนไหวด้วยไฟฟ้า

คุณสมบัติที่โดดเด่นอย่างหนึ่งของ Fitbit Sense คือความสามารถในการติดตามระดับความเครียด

การติดตามนี้สามารถทำได้สองวิธี วิธีแรกคือการใช้เทคโนโลยีอัตราการเต้นของหัวใจมาให้คะแนนความเครียดรายวัน โดยที่คุณยังสามารถตั้งค่าอ่านค่าคงที่ได้ โดยเปิดใช้เซ็นเซอร์วัดกิจกรรมเคลื่อนไหวด้วยไฟฟ้า (EDA) ถือเป็นสมาร์ทวอทช์เพียงรุ่นเดียวที่มีเซ็นเซอร์นี้ แต่การนำคุณสมบัตินี้มาใช้งาน ไม่ใช่สิ่งที่แปลกใหม่

นอกจากนี้ ในแอปยังมีกิจกรรมการฝึกสติพร้อมวัดค่า EDA ไปพร้อมกัน

โดยรวมแล้วเราพบว่าการจัดเก็บคะแนนความเครียดเป็นคุณสมบัติที่ค่อนข้างน่าสนใ

ในช่วงเริ่มต้นของการรีวิว เราได้รับคะแนนต่ำ ซึ่งหมายความว่าเรารู้สึกเครียด อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้รู้สึกว่ามีความเครียดทางจิตใจหรือทางร่างกาย จึงเป็นความโชคดีที่ผู้ใช้สามารถเพิ่มความคิดเห็นเกี่ยวกับความรู้สึกของคุณเองได้ และข้อมูลนี้อาจช่วยฝึกเซ็นเซอร์ให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากเรากลับมาได้คะแนนประมาณ 80 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 อย่างรวดเร็ว

คะแนนความเครียดทำงานใน 3 ส่วน ได้แก่ การตอบสนองของหัวใจ (ดูสัญญาณว่าคุณจะต่อสู้หรือหลบหนีปัญหาจากอัตราการเต้นของหัวใจ) ความสมดุลของการออกแรง (ดูว่าคุณออกกำลังกายเพียงพอหรือไม่) และรูปแบบการนอนหลับ ซึ่งคุณจะเห็นรายละเอียดเพิ่มเติมเมื่อคุณสมัครสมาชิกแบบพรีเมียม

สัญญาณเหล่านี้ที่เป็นส่วนสร้างคะแนนความเครียด เป็นสัญญาณทางชีววิทยา ดังนั้นความเครียดในกรณีนี้จึงไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับสุขภาพจิตเสมอไป อาจจะเป็นความเครียดจากการออกกำลังกายหรือเที่ยวหนักเกินปกติ หรืออาจจะแค่รู้สึกเหนื่อย คล้ายกันกับระบบใน Garmin

คะแนนส่วนหนึ่งมาจากการติดตามการนอนหลับ ซึ่งเรามักรู้สึกว่าการให้คะแนนเข้มงวดมาก และมีความรู้สึกว่าคะแนนการนอนหลับที่ต่ำเกินไปก็ส่งผลต่อคะแนนความเครียดด้วยเช่นกัน

Fitbit Sense การจัดการความเครียด

เพื่อให้อุปกรณ์ได้คำนวณคะแนนความเครียด คุณจะต้องสวม Sense ตอนเข้านอนและเกือบตลอดทั้งวัน หากคุณลืมใส่เป็นเวลานานในวันนั้น คุณก็จะไม่ได้รับคะแนน

แนวคิดของการประเมินผลนี้ คือการส่งเสริมให้คุณลองทำกิจกรรมฝึกสมาธิ EDA ในแอปพลิเคชัน ซึ่งเป็นอีกแง่มุมหนึ่งของการคำนวณคะแนนความเครียด

การทดสอบเซ็นเซอร์ EDA นั้นดำเนินการในอุปกรณ์ Sense อยู่แล้ว แต่คุณจะรับข้อมูลได้เมื่อเข้าไปในบทเรียนการฝึกสติเพื่อรับข้อมูลที่บันทึกไว้

คุณต้องวางฝ่ามือไว้เหนือ Sense เพื่อทำการทดสอบเป็นเวลา 2 นาที และรอให้มีการสั่นสะเทือน เป็นสัญญาณบอกว่าการทดสอบเสร็จสิ้นลง

คุณจะได้รับข้อมูลภาพรวมของอัตราการเต้นของหัวใจเมื่อเริ่มต้นและสิ้นสุด และจำนวนการตอบสนองของ EDA ที่บันทึกไว้ภายในรอบเวลา 2 นาที ทฤษฎีที่ใช้ในการคำนวณนี้ คือถ้าอุปกรณ์ยิ่งตรวจพบการตอบสนองของคุณมากเท่าไหร่แลว่าคุณก็ยิ่งมีความเครียดมากขึ้นเท่านั้น

คุณยังสามารถทำสมาธิได้นานขึ้นโดยใช้เซ็นเซอร์ EDA ตลอดการใช้งาน

ในเวลาที่เราไม่รู้สึกเครียด สัญชาตญาณของเราจะเลือกเพิกเฉยต่อข้อมูล แทนการลงมือทำ สำหรับคนที่รู้สึกหนักใจ สิ่งนี้อาจเป็นแรงกระตุ้นที่ดีให้คุณออกมาทำอะไรซักอย่างกับมัน

โดยรวมแล้ว เราชอบความคิดที่ Fitbit เพิ่มความเครียดเข้ามาในประสบการณ์การใช้งาน และสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการฝึกสมาธิอยู่แล้ว ก็รู้สึกว่าการสแกน EDA มีประโยชน์ แต่เรายังไม่รู้สึกเชื่อว่าเราได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับตัวเราจากข้อมูลนี้ คนอื่น ๆ อาจพบว่าข้อมูลมีประโยชน์ เพราะเป็นกลไกการเผชิญกับปัญหา และเราชอบที่ประสบการณ์นี้สามารถนำมาปรับใช้ได้จริงมากกว่าการติดตามจากอุปกรณ์อื่นในท้องตลาด

อุณหภูมิ อัตราการหายใจ และความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ

อุณหภูมิ อัตราการหายใจ และความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ

The Sense มีจุดเด่นในการเก็บข้อมูลจำนวนมาก แต่ข้อมูลส่วนใหญ่จะอยู่ในแดชบอร์ด Health Metrics แบบใหม่ ซึ่งมีให้เฉพาะผู้ใช้ระดับพรีเมียมเท่านั้น

อย่างที่คุณทราบดีว่ามีการระบาดของโรคเกิดขึ้นไปทั่วโลก เราจึงรู้สึกประทับใจที่ได้มีข้อมูลสุขภาพโดยรวมของเราผ่าน Fitbit Sense

ในหน้าแดชบอร์ด Health Metrics จะแสดง:

  • อุณหภูมิผิว (แสดงผลบนแดชบอร์ดสำหรับผู้ใช้ที่ไม่ใช่ระดับพรีเมียม)
  • อัตราการเต้นของหัวใจขณะพัก (แสดงผลในส่วนอัตราการเต้นของหัวใจสำหรับผู้ใช้ที่ไม่ใช่ระดับพรีเมียม)
  • ความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ (HRV)
  • อัตราการหายใจ
  • ความอิ่มตัวของออกซิเจน

แต่การมีองค์ประกอบของข้อมูลที่มากเกินไปก็อาจเป็นผลเสียต่อการนำไปใช้ได้

Fitbit ได้พิสูจน์แล้วในการศึกษา COVID ของทางบริษัทว่าสามารถตรวจดูอาการของโรคจากข้อมูลที่บันทึกได้ (ไม่ใช่แค่โรค COVID เท่านั้น) อย่างไรก็ตามข้อมูลนี้ไม่สามารถนำมาแจ้งเตือนได้ แต่เป็นสิ่งที่คุณต้องนำมาตีความเอง

Fitbit Sense เปิดตัวระบบการอ่านอุณหภูมิ ซึ่งอาจเป็นคุณสมบัติใหม่ที่เราโปรดปราน คาดว่าเป็นเพราะเป็นข้อมูลที่ทำออกมาให้เราเข้าใจได้ง่ายที่สุด

Fitbit Sense การอ่านอุณหภูมิผิว

ในช่วงสามวันแรก Fitbit จะสร้างระดับข้อมูลพื้นฐานที่เป็นระดับเฉพาะสำหรับคุณ เนื่องจากอุณหภูมิของทุกคนแตกต่างกันไปการวัดระดับเฉพาะนี้จะช่วยบันทึกผลอุณหภูมิปกติของบางคนที่อยู่ที่ 35 องศาในขณะที่ของคนอื่นอยู่ที่ 37องศาได้ หลังจากนั้น Sense จะตรวจสอบว่าอุณหภูมิของคุณสูงหรือต่ำกว่าค่าพื้นฐานหรือไม่ ในระหว่างที่คุณนอนหลับ ความแตกต่างเล็กน้อยจะแสดงผลเป็นสีขาว ในขณะที่อุณหภูมิที่สูงขึ้นจะมีรหัสสี

คุณยังสามารถวัดอุณหภูมิและป้อนเป็นค่าพื้นฐานได้เองหากคุณต้องการ

หลังจากนั้นคุณจะมองเห็นกราฟที่แสดงอัตราของหัวใจขณะพัก ความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ อัตราการหายใจ และความอิ่มตัวของออกซิเจน

แต่การอ่านข้อมูลนี้ยังเป็นสิ่งที่มีปัญหา แม้แต่สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ในการอ่านข้อมูลเทคโนโลยีด้านสุขภาพ

Fitbit ไม่สามารถวิเคราะห์ได้ว่า ข้อมูลเหล่านี้มีความหมายอย่างไรสำหรับผู้ใช้ ค่าความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจมีความผันผวนค่อนข้างมากตลอดระยะเวลาการทดสอบของเรา (เช่นเดียวกันกับการทดสอบใน Apple Watch ด้วย) แต่ก็ไม่สามารถบอกได้ว่ามันมีความหมายอย่างไรบ้าง

ปัญหานี้ยังเกิดขึ้นกับข้อมูลอัตราการหายใจ อัตราการเต้นของหัวใจขณะพักผ่อน และความอิ่มตัวของออกซิเจน ซึ่งค่าข้อมูลเหล่านี้มีความคงที่

เราทราบว่าเมื่ออัตราการเต้นของหัวใจขณะพักผ่อนมีระดับสูงขึ้น เป็นสัญญาณว่ามีความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง แต่ไม่ทราบเลยว่าค่านี้ต้องเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ ในทำนองเดียวกัน ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงของค่า HRV เราไม่แน่ใจว่าข้อมูลที่ได้รับแปลว่าร่างกายยังปกติหรือไม่ ส่วนนี้จึงยิ่งทำให้เรามีคำถาม มากกว่าได้รับข้อมูลเชิงลึก

หากคุณต้องการข้อมูลมากมายเกี่ยวกับตัวคุณ ที่แสดงผลได้อย่างครอบคลุม Fitbit Sense ถือเป็นตัวเลือกที่ไม่มีใครเทียบได้ และเราขอเสริมว่าข้อมูลเหล่านี้ เป็นทางเลือกพิเศษสำหรับผู้ใช้ระดับพรีเมียม ดังนั้นคุณจึงไม่ต้องอ่านมันก็ได้

แต่ถ้าข้อมูลเกี่ยวกับความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ อัตราการหายใจ และอุณหภูมิพื้นฐาน ทำให้รู้สึกอึดอัด อุปกรณ์นี้คงไม่เหมาะสำหรับคุณ

 

Fitbit Sense: การติดตามการนอนหลับ

Fitbit Sense: การติดตามการนอนหลับ

  • ติดตามการนอนหลับได้อย่างดีเยี่ยม
  • มอบประสบการณ์เดียวกันกับรุ่น Charge 4 และ Versa
  • มีการติดตามระดับออกซิเจนในขณะที่คุณนอนหลับ

จุดเด่นที่แข็งแกร่งของ Fitbit ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาคือเรื่องการนอนหลับ และการติดตามนี้ยังเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในแวดวงเดียวกัน แต่มีสิ่งใหม่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นในรุ่นนี้ เมื่อเทียบกับ Fitbit Charge 4 ที่ถูกกว่ามาก

ด้วย Fitbit Premium คุณจะได้รับรายละเอียดข้อมูลของระยะเวลา จังหวะของการนอนหลับ อัตราการเต้นของหัวใจผ่านการนอนหลับ (พร้อมระดับเปอร์เซ็นต์ภายใต้อัตราการเต้นของหัวใจขณะพักผ่อน) และการเปลี่ยนแปลงของออกซิเจนโดยประมาณ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้จำถูกนำมาคำนวณผสมกันเป็นคะแนนรวมของการนอนหลับ

เราพบว่า Fitbit มีความเข้มงวดกับการให้คะแนนนอนหลับค่อนข้างมาก อุปกรณ์จะหักคะแนนทุกครั้งเมื่อเรากระสับกระส่าย หรือมีการตื่นบ่อย ๆ เป็นเวลา10 นาทีหรือนานกว่านั้น ซึ่งเราจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ามันเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม การนับคะแนนก็มีความละเอียดอย่างมาก และคุณสามารถเห็นผลกระทบของอัตราการเต้นของหัวใจได้ เมื่อมีการนอนดึก หรือการดื่มแอลกอฮอล์ จึงทำให้รู้สึกมั่นใจว่ามีการเก็บข้อมูลที่ดี

และด้วยเหตุผลนี้เอง คุณก็ยังสามารถปรับรูปแบบการใช้ชีวิตให้ดีขึ้นได้ แม้ว่าคะแนนการนอนหลับที่ได้จะไม่ค่อยดีนักโดยปรับจากกิจกรรมที่ดีต่อสุขภาพ เช่น เข้านอนหัวค่ำสักสองสามคืนติดต่อกัน ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเข้านอน และนอนหลับให้สนิทเพื่อสุขอนามัยที่ดีขึ้น

โดยปกติอุปกรณ์จะสามารถบันทึกข้อมูลได้อย่างราบรื่น อย่างไรก็ตาม เมื่อลองถอด Sense ออกเพื่อไปอาบน้ำ เรากลับได้คะแนนนอนหลับเพิ่มขึ้นเอง 3 ชั่วโมง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในการใช้ Fitbit อุปกรณ์รุ่นนี้จึงยังมีข้อบกพร่องมากมายที่ต้องแก้ไข

เราขอย้ำอีกครั้งว่ามีการบันทึกข้อมูลจำนวนมากในการใช้งาน หากคุณต้องการข้อมูลเจาะลึก อุปกรณ์นี้ก็เป็นตัวเลือกที่คุณควรซื้อ แต่คุณอาจจะได้รับข้อมูลเดียวกันจากเครื่องมือติดตามที่มีราคาถูกกว่ามาก

 

Fitbit Sense: การติดตามความฟิตของร่างกายและการเล่นกีฬา

Fitbit Sense: การติดตามความฟิตของร่างกายและการเล่นกีฬา

  • ติดตามความฟิตของร่างกายได้อย่างแข็งแกร่ง
  • มี GPS ที่แม่นยำ
  • การใช้เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจยังคงมีปัญหาเมื่อมีอัตราสูง

แน่นอนว่าอุปกรณ์ Fitbit นั้นมีข้อมูลมากมายสำหรับผู้ใช้

มีการติดตามทั้งจำนวนก้าว แคลอรี่ และระดับความสูงทั้งหมดอย่างครบถ้วน และคุณจะได้รับ Active Zone Minutes ของ Fitbit ในการใช้งาน ซึ่งเป็นระบบใหม่แทน Active Minutes เพื่อให้รางวัลแก่คุณเมื่อทำให้หัวใจของคุณได้ออกแรงมากขึ้น ตามที่องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ทุกคนออกกำลังกาย 150 นาทีต่อสัปดาห์ .

เราชื่นชอบแนวคิดของระบบ Active Zone Minutes แต่ก็กังวลว่ามีความซับซ้อนเล็กน้อย และเราชอบเป้าหมายการเคลื่อนไหวที่เลือกติดตามปริมาณแคลอรี่บน Apple Watch มากกว่า

อย่างไรก็ตามอุปกรณ์นี้ก็ทำงานได้ดีเพียงพอในฐานะอุปกรณ์ติดตามการออกกำลังกายและกิจกรรมต่าง ๆ

คุณยังมี GPS ในตัวที่ทำให้สามารถติดตามการวิ่งและการปั่นจักรยานได้โดยไม่ต้องใช้สมาร์ทโฟน และนี่เป็นเพียงตัวอย่างของกีฬาสองชนิดที่มีให้คุณเลือกในโปรไฟล์

เราพบว่าการติดตามการวิ่งด้วย GPS มีความแม่นยำ และคุณจะได้รับข้อมูลภาพรวมการออกกำลังกายของคุณ ในแอป Fitbit ที่ออกแบบได้ดี และคุณยังเชื่อมต่อไปยัง Strava ได้

Fitbit Sense ติดตามการวิ่ง

The Sense เปิดตัวระบบ PurePulse 2.0 ที่ทางบริษัทได้แนะนำว่าใช้ระบบ machine learning เพื่อปรับปรุงความแม่นยำ รวมทั้งในระหว่างการออกกำลังกาย

เราพบว่าเซ็นเซอร์ของ Fitbit มีความแม่นยำอย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อวัดอัตราการเต้นของหัวใจระดับต่ำถึงปานกลาง จนถึงระดับของการวิ่งตามจังหวะ

อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องน่าเศร้าที่เราพบว่าเซ็นเซอร์ PurePulse ยังทำงานได้ไม่ดีนักเมื่อมีอัตราการเต้นของหัวใจสูง เทียบกับการใช้สายรัดหน้าอก

แม้ว่าสิ่งนี้จะไม่ใช่เรื่องแปลก เราก็มีความหวังว่าจะมีการพัฒนาของ PurePulse 2.0 ในการทดสอบที่เราทำไปพร้อมกับการใช้สายรัดหน้าอก พบว่าประสิทธิภาพในครั้งนั้นค่อนข้างใกล้เคียงเมื่อวัดอัตราการเต้นของหัวใจโดยเฉลี่ย แต่ระดับสูงสุดที่บันทึกไว้ได้คือ 179 bpm ในขณะที่สายรัดอกบันทึกได้มากถึง 192 bpm

ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่า เซ็นเซอร์นี้ไม่สามารถติดตามอัตราที่ขึ้นและลงได้มากพอ

ด้วยความพยายามอย่างหนัก

แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะต้องใช้เซ็นเซอร์ที่มีอัตราแบบนี้ ดังนั้น เราจึงยังคงแนะนำ Fitbit Sense แต่หากคุณกำลังมองหาเครื่องติดตามที่มีประสิทธิภาพสูงสุด การเรียนรู้ข้อจำกัดของอุปกรณ์ก็ถือเป็นสิ่งสำคัญ

เราได้ทำการทดสอบโหมดอื่น ๆ ด้วย เช่นโยคะ สิ่งนี้มอบข้อมูลพื้นฐานให้กับภาพรวมการใช้งานของคุณ ซึ่งน่าเสียดายที่การติดตามความเครียดไม่ได้ถูกนำมารวมเข้ากับการใช้งานสำหรับกิจกรรมแบบโยคะด้วย

 

Fitbit Sense: คุณสมบัติแบบสมาร์ทวอทช์

Fitbit Sense: คุณสมบัติแบบสมาร์ทวอทช์

  • คุณภาพแอปและหน้าปัดนาฬิกาไม่ดีนัก
  • ใช้งาน Fitbit Pay ได้จำกัด
  • ประโยชน์ของ Alexa ยังเป็นสิ่งที่เราไม่มั่นใจ
  • มีการแจ้งเตือนที่ดี

เราเริ่มต้นการรีวิว Fitbit Sense ด้วยปัญหาประสิทธิภาพการใช้งานบางประการ แต่โดยรวมแล้ว การใช้งานเป็นสมาร์ทวอทช์นั้นยังไม่ค่อยดีนัก

เรามีความรู้สึกว่าเมื่อ Google Buyout ปรากฏตัวขึ้น ทาง Fitbit ได้นำซอฟต์แวร์ไปใช้พัฒนาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้และแม้ว่าจะนำข้อมูลเชิงลึกด้านสุขภาพมาสร้างความก้าวหน้า การทำงานแพลตฟอร์มกลับหยุดชะงัก

การแจ้งเตือนที่ใช้มีประสิทธิภาพ แต่เราก็เจอกับข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ หลายครั้งในการใช้งานปฏิทิน ที่มีการแจ้งเตือนวันสำคัญทางประวัติศาสตร์หลายร้อยรายการพร้อมกัน

คุณยังสามารถเลือกแอปที่คุณต้องการรับการแจ้งเตือนได้ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ดี

การแจ้งเตือน Fitbit Sense

แต่ก็มีบางแง่มุมของ Fitbit Sense ที่ตามไม่ทันคู่แข่ง

การเลือกแอปของอุปกรณ์นั้นแย่มาก และเราพบว่ามีแอปไหนที่คุ้มค่าให้เราดาวน์โหลดมากนัก

หน้าปัดนาฬิกาก็เป็นสิ่งที่น่าผิดหวังเช่นกัน The Sense สามารถจัดเก็บหน้าปัดนาฬิกาได้เพียงหกหน้าปัด ซึ่งใช้เวลานานมากในการสลับแต่ละหน้าปัดในแอป คุณสามารถดาวน์โหลดมาใช้เพิ่มเติมได้ แต่แอปนอกระบบที่ใช้ เป็นแอปที่คุณจำเป็นต้องลงทะเบียนออนไลน์ก่อนจึงจะสามารถใช้งานได้ ซึ่งเป็นประสบการณ์ใช้งานที่ไม่ดีเลยสำหรับเรา

ระบบ Fitbit Pay มีอยู่บนอุปกรณ์ แต่กลับใช้ไม่ได้กับธนาคารรายใหญ่ของเรา ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะมีธนาคารในสหราชอาณาจักรหลายแห่งที่ระบบนี้สนับสนุน แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาฟังก์ชันนี้ยังดีไม่เท่า Apple Pay

ในอุปกรณ์มีลำโพงในตัวและ Fitbit ได้ให้ข้อมูลว่าจะรองรับการโทรศัพท์จากข้อมือ ซึ่งผู้ใช้ Android จะสามารถพูดข้อความตอบกลับได้

คุณสามารถเลือกใช้ Alexa หรือเลือกใช้ Google Assistant แทนได้ โดยกดปุ่มค้างเพื่อเรียก Alexa จากนั้นพูดคำสั่งของคุณ อย่างไรก็ตาม Alexa จะไม่ส่งเสียงพูดตอบกลับ และคำตอบทั้งหมดจะแสดงผลเป็นข้อความ

Fitbit Sense Alexa

ในส่วนนี้ตัวอุปกรณ์สามารถทำงานได้ดี และเราควบคุมด้านต่าง ๆ ของระบบสมาร์ทโฮมได้ ทั้งการตรวจสอบสภาพอากาศและอื่น ๆ ทั้งหมดใช้งานได้อย่างราบรื่น แต่บางครั้งการใช้ Alexa ก็มีความท้าทาย คุณต้องขอให้ Alexa เป็นตัวส่งคำสั่งให้ Fitbit ทำสิ่งต่าง ๆ อีกต่อ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเบื่อมาก

ระบบไม่เข้าใจว่า “เล่าเรื่องตลกให้ฉันฟังหน่อย” คืออะไร และถ้าคุณถามว่า “วันนี้ฉันเดินไปกี่ก้าวแล้ว” คำตอบที่ได้ก็จะเป็นความสับสน เพราะคุณต้องเปลี่ยนคำพูดเป็น “ถาม Fitbit ให้หน่อยว่าวันนี้ฉันเดินไปกี่ก้าวแล้ว”

โดยสรุป Alexa ไม่ค่อยมีประโยชน์มากนัก และเป็นคุณสมบัติที่เราไม่รู้สึกว่าจำเป็นเท่าไหร่ในการใช้งาน

 

Fitbit Sense: อายุการใช้งานของแบตเตอรี่

  • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ 5-6 วัน
  • ระบบการชาร์จเร็วยอดเยี่ยมมาก

ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของ Fitbit Sense คืออายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานกว่า 6 วันที่เป็นข้อมูลจากทางบริษัท ซึ่งรวมถึงไปถึงการใช้ติดตาม SpO2 ในตอนกลางคืนด้วย ทำให้เอาชนะแบตเตอรี่ของอุปกรณ์ Garmin ได้

แน่นอนว่าเราสามารถใช้งานได้นะเวลาห้าถึงหกวันอย่างสบาย ๆ ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ ซึ่งการใช้งานนี้มีการสวมใส่ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน การวิ่งสองสามครั้ง และการเล่นโยคะอีกหนึ่งครั้งในสัปดาห์ที่เราทดลอง

แต่ส่วนที่เราชอบคือการชาร์จเร็ว เราตื่นขึ้นมาด้วยแบตเตอรี่ที่เหลือเพียง 2% ในเช้าวันหนึ่ง แต่พอถึงเวลาออกจากบ้านพร้อมอุปกรณ์เพื่ออกไปวิ่ง หลังจากที่ดื่มกาแฟไปเพียงแก้วเดียว ก็พบว่าอุปกรณ์มีแบตเตอรี่เหลือมากกว่า 30%

ในทำนองเดียวกัน เมื่อถึงเวลาเข้านอน เราเห็นการแจ้งเตือนแบตเตอรี่สีแดง แต่ก็ยังเอามาใช้ต่อเพื่อติดตามการนอนหลับได้ หลังจากที่ใช้เวลาอ่านนิตยสารไปแค่แปดนาที

แบตเตอรี่ของ Fitbit Sense เป็นสิ่งหนึ่งที่คุณไม่ต้องกังวลอีกเลย ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ดีมากเมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ของ Apple Watch Series 6

 

ข้อมูลสรุป

Fitbit Sense เป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ในฐานะนาฬิกาเพื่อสุขภาพ ซึ่งให้ข้อมูลจำนวนมากสำหรับคุณ แต่อาจมีข้อมูลเชิงลึกที่น้อยลง ถือเป็นอุปกรณ์ที่เหมาะสมสำหรับช่วงเวลานี้ หากคุณพอใจกับแนวคิดการใช้งาน ก็จะมีหลายคุณสมบัติที่คุณชื่นชอบ แต่ในฐานะสมาร์ทวอทช์ Fitbit Sense ทำงานค่อนข้างล่าช้า และยังมีข้อบกพร่องอยู่มาก ซึ่งถือเป็นสิ่งที่น่าผิดหวัง

จุดเด่น

  • มีข้อมูลสุขภาพมากมาย
  • บันทึกข้อมูลความเครียดและการฝึกสมาธิ
  • มีการติดตามอุณหภูมิที่เราชอบ

จุดด้อย

  • มีข้อบกพร่องและปัญหาด้านประสิทธิภาพ
  • ข้อมูลเชิงลึกขาดข้อมูลสำคัญ
  • คุณสมบัติในฐานะสมาร์ทวอทช์ยังล้าหลัง
nv-author-image

เอ็ดเวิร์ด แครนเมอร์

เอ็ดเวิร์ด หนึ่งในบุคคลสำคัญของ ProReview ทำหน้าที่เป็นทั้งนักเขียนคำโฆษณา นักวิจัยผลิตภัณฑ์ และผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO ของเราเอง เอ็ดเวิร์ดผันตัวจากการเป็นคุณครูมาเป็นนักเดินทางท่องเที่ยวรอบโลกและผู้คลั่งใคล้กิจกรรมกลางแจ้ง เอ็ดเวิร์ดมาพร้อมกับความสามารถในการทดสอบผลิตภัณฑ์ระดับมืออาชีพ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ได้สั่งสมมาจากการทำงานในฐานะผู้ทดสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ในบริษัทขนาดใหญ่แห่งหนึ่งมาก่อน ลักษณะการทดสอบผลิตภัณฑ์ของเอ็ดเวิร์ดอยู่บนพื้นฐานของการใช้งานจริง จากประสบการณ์การเดินทางรอบโลก คุณจึงมั่นใจได้ว่าข้อมูลที่คุณจะได้รับนั้นมีความปลอดภัย เชื่อถือได้ และใช้งานได้จริง