ProReview เป็นแพลตฟอร์มที่รองรับการใช้งานของผู้อ่าน เมื่อคุณซื้อสินค้าหรือบริการผ่านลิงก์บนเว็บไซต์ของเรา เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากพันธมิตร อ่านเพิ่มเติม

รีวิว Fitbit Versa คุณภาพดีไหม?

Fitbit กลับมาอีกครั้งกับนาฬิกา Fitbit Versa ซึ่งเป็นสมาร์ทวอทช์รุ่นที่ 2 ของทางแบรนด์ และได้กลายมาเป็นสมาร์ทวอทช์รุ่นยอดนิยมที่สุดอีกหนึ่งรุ่นในท้องตลาด เพราะมาพร้อมกับการออกแบบดีไซน์ที่สวยเก๋กว่ารุ่นก่อน ๆ ในราคาที่สบายกระเป๋ามากกว่ารุ่น Iconic สมาร์ทวอทช์รุ่นนี้ มอบประสบการณ์การใช้งานที่เกือบจะคล้ายคลึงกับรุ่น Fitbit Blaze ซึ่งเป็นสมาร์ทวอทช์อีกหนึ่งรุ่นในท้องตลาดที่เป็นที่นิยมมากของทางแบรนด์

ลองจินตนาการดูว่า Fitbit Versa รุ่นนี้เป็นรุ่น Fitbit Blaze 2 ซึ่งมีราคาถูกกว่ารุ่น Iconic และทั้ง 2 รุ่นนี้ ก็มีคุณลักษณะที่คล้ายคลึงกันเหมือนจับวาง

แต่สิ่งหนึ่งที่ในรุ่น Fitbit Versa ไม่มี คือฟีเจอร์การติดตั้ง GPS ภายในตัวสมาร์ทวอทช์ ซึ่งคุณอาจจะสามารถใช้งานได้หากเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนของคุณ แต่ Fitbit Versa ก็ยังสามารถใช้งานในระบบปฏิบัติการเดียวกันกับ Fitbit รุ่นอื่น ๆ และยังมีเซ็นเซอร์ SpO2 เพื่อช่วยตรวจจับค่าออกซิเจนในกระแสเลือดเหมือนกับที่รุ่น Iconic มี

เราใช้เวลาสักพัก เพื่อทำความคุ้นเคยและทำความรู้จักกับ Fitbit Versa เพื่อรวบรวมข้อมูลว่าสมาร์ทวอทช์รุ่นนี้สามารถทำอะไรได้บ้าง และเหมาะกับการใช้งานสำหรับคนกลุ่มไหน

การออกแบบดีไซน์ Fitbit Versa

การออกแบบดีไซน์ Fitbit Versa

สมาร์ทวอทช์รุ่น Versa นี้ ถูกนิยามว่ามีการออกแบบดีไซน์ “ที่ดูเหมือนมนุษย์” มากกว่ารุ่น Iconic การดีไซน์ขอบเหลี่ยม ๆ ของสมาร์ทวอทช์ Fitbit รุ่นอื่น ๆ กำลังถูกแทนที่ด้วยขอบมน ๆ ดูละมุนจากเคสที่เป็นอลูมิเนียม แม้แต่ปุ่มของรุ่น Versa นี้ก็ยังถูกออกแบบมาให้ดูมน ๆ เล็กกว่าปุ่มของรุ่น Iconic

สมาร์ทวอทช์ Fitbit Versa มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 1.34 นิ้วหากวัดตามแนวทแยงมุม หน้าจอมีความสว่าง รูปทรงเพรียวบาง โดยมีความหนาอยู่ที่ 11.2 มิลลิเมตรเท่านั้น ซึ่ง Fitbit ได้เคลมว่านาฬิการุ่นนี้ถือเป็นนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ที่บางที่สุดในท้องตลาดขณะนี้ และเราขอบอกตามตรงเลยว่าขณะที่เราลองใส่ มันรู้สึกเบาสบายมาก เหมือนไม่ได้ใส่เลย

สำหรับ Fitbit รุ่น Ionic นั้น ล้มเหลวในการดึงดูดลูกค้าในตลาดผู้หญิง เพราะสมาร์ทวอทช์รุ่นนี้มีรูปทรงที่ค่อนข้างใหญ่และดูไม่น่าสนใจ และด้วยสาเหตุนี้เองที่ทำให้ทางบริษัทเปลี่ยนการดีไซน์สมาร์ทวอทช์ จนมาจบที่ดีไซน์เก๋ ๆ อย่างรุ่น Versa อีกทั้งในรุ่น Versa นี้เอง ก็ยังถือเป็นสมาร์ทวอทช์รุ่นแรกของทางแบรนด์มีตัวเลือกสีให้คุณเลือกเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น สีดำ สีเทา หรือสีโรสโกลด์รุ่นมาตรฐาน และสีถ่านหรือสีโรสโกลด์ใน Fitbit Versa รุ่น Special Edition ที่มีราคาแพงกว่า โดยสมาร์ทวอทช์รุ่นมาตรฐานของ Fitbit Versa จะมีสายซิลิโคนสีสันสดใส ซึ่งสามารถเปลี่ยนนำสายซิลิโคนของ Fitbit Versa รุ่น Special Edition มาใส่แทนได้ และแน่นอนว่าทาง Fitbit เองก็ขายสายรัดข้อมือหลาย ๆ รูปแบบ เช่น ซิลิโคน หนัง และโลหะ ซึ่งคุณสามารถซื้อแยกเพื่อนำมาผสมผสานการใช้งานกับสมาร์ทวอทช์ของคุณ แต่ไอเดียการใช้งานนี้ ทาง Fitbit เพิ่งได้เริ่มทำในรุ่น Versa เท่านั้น ดังนั้น หากคุณใช้สมาร์ทวอทช์รุ่นอื่น ๆ ของ Fitbit อยู่ คุณจะไม่สามารถเปลี่ยนสายซิลิโคนได้

การออกแบบดีไซน์ Fitbit Versa review

Fitbit รุ่น Versa มาพร้อมกับจอแสดงผลที่สว่างสดใส มีความละเอียดอยู่ที่ 300×300 พิกเซล อ่านง่ายสบายตาแม้อยู่ภายใต้แสงแดดจัด ๆ โดยมีความสว่างสูงถึง 1,000 nits นาฬิกาสมาร์ทวอทช์รุ่นนี้ยังมีคุณสมบัติในการกันน้ำได้ลึกถึง 50 เมตร ซึ่งคุณสมบัตินี้ก็สามารถพบได้ในรุ่น Iconic คุณจึงสามารถใส่สมาร์ทวอทช์รุ่นนี้ลงว่ายน้ำได้

ในความเห็นของเรา สมาร์ทวอทช์รุ่น Versa นี้มีความน่าสนใจกว่ารุ่น Ionic และทำให้การออกแบบสไตล์แปดเหลี่ยมของ Fitbit Blaze นั้นดูเป็นมือสมัครเล่นไปเลย แต่ถึงอย่างนั้น การออกแบบสไตล์ Blaze ก็ยังมีข้อดีอยู่ และถึงแม้จะมีสมาร์ทวอทช์สไตล์สวยเก๋ ก็ใช่ว่าสมาร์ทวอทช์รุ่นนั้นจะได้รับรางวัลด้านแฟชั่นใด ๆ ถึงแม้ว่าบางคนอาจไม่ชอบสไตล์การออกแบบของรุ่น Blaze แต่ก็ยังได้รับกระแสตอบรับดีกว่าดีไซน์ในรุ่น Iconic

Fitbit Versa – การใช้งานฟังก์ชั่นเพื่อสุขภาพ ฟิตเนส และการติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ

Fitbit Versa - การใช้งานฟังก์ชั่นเพื่อสุขภาพ ฟิตเนส และการติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ

Fitbit เป็นแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องประสิทธิภาพการติดตามค่าการออกกำลังกายและการทำกิจกรรมต่าง ๆ ฟังก์ชั่นการใช้งานของสมาร์ทวอทช์รุ่น Versa นั้น ไม่ได้แตกต่างกันมากนักจากรุ่น  Ionic และจากการทดสอบของเรา เราพบว่า รุ่น Versa ยังเป็นรองรุ่น Iconic โดยในรุ่น Versa นั้นไม่มี GPS ติดตั้งในตัวเรือน แต่การติดตามกิจกรรมการออกกำลังกาย การเล่นฟิตเนส หรือการทำกิจกรรมต่าง  ๆ นั้น รุ่น Versa สามารถทำได้ไม่แตกต่างกับรุ่น Iconic เลย และ Fitbit ยังมอบคุณสมบัติด้านสุขภาพทั้งหมดไว้ให้อย่างอัดเต็มในสมาร์ทวอทช์รุ่นนี้อีกด้วย

คุณสามารถติดตามการวิ่ง การขี่จักรยาน ว่ายน้ำ เล่นโยคะ และการเข้ายิมได้จากสมาร์ทวอทช์รุ่น Versa นอกจากนี้ ยังมีตัววัดอัตราการเต้นของหัวใจ การติดตามการเผาผลาญแคลอรี่ ระยะทางที่เดิน และการติดตามการนอนหลับ และด้วยระบบปฏิบัติการ Fitbit OS 2.0 ตอนนี้ คุณสามารถดูรายละเอียดและค่าต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

การติดตามการวิ่งของ Versa นั้นให้ผลลัพธ์แบบเดียวกันกับการใช้งานรุ่น Ionic เราได้ทำการทดสอบแล้ว และส่วนใหญ่ก็ใช้งานได้ดี จนกว่าจะใช้งานหนักมากจนเกินไป สมาร์ทวอทช์จึงจะเริ่มมีอาการช้าบ้าง แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดปัญหาสั้น ๆ นั้น ก็ดูเหมือนว่าตัวสมาร์ทวอทช์เองจะกลับมาใช้งานได้ดีเหมือนเดิม หากให้ตัวเครื่องได้พักสักหน่อย

แต่เราต้องขอบอกตรง ๆ ว่า โดยทั่วไปแล้ว ทุกอย่างนั้นจะขึ้นอยู่กับการใช้งานและสิ่งที่คุณต้องการจากสมาร์ทวอทช์ หากคุณกำลังมองหาอุปกรณ์เพื่อติดตามการวิ่งระดับปานกลางและการออกกำลังกายเป็นส่วนใหญ่ สมาร์ทวอทช์รุ่น Versa ตอบโจทย์คุณได้เป็นอย่างดี แต่หากคุณต้องการข้อมูลที่เจาะลึกมากกว่านั้น เช่น คลาส HiiT เป็นต้น คุณอาจจะต้องการลองใช้รุ่นที่มีคุณภาพสูงขึ้นไปอีก

แอพวัดอัตราการเต้นของหัวใจ Fitbit Versa

เช่นเดียวกันกับการวิ่ง คุณจะสามารถติดตามการออกกำลังกายต่าง ๆ ได้ และยังสามารถใส่ว่ายน้ำได้ ด้วยคุณสมบัติในการการกันน้ำลึก 50 เมตร อีกหนึ่งคุณสมบัติที่เราอยากนำเสนอของ Fitbit คือ Fitbit Coach ซึ่งมีฟังก์ชั่นการแนะนำการออกกำลังกายพื้นฐาน 3 แบบ ที่สมาร์ทวอทช์รุ่น Versa นี้สามารถแนะนำให้คุณขณะออกกำลังกายได้

อย่างไรก็ตาม หากคุณลงชื่อสมัครใช้บัญชี Fitbit Coach ระดับพรีเมียม (ในราคาประมาณ 1,300 บาท) คุณจะได้รับฟังก์ชั่นการแนะนำการออกกำลังกายที่ออกแบบมาให้ตรงกับกิจวัตรการออกกำลังกายและสุขภาพของคุณ ฟังก์ชั่นดังกล่าวจะส่งข้อมูลไปยังแอปพลิเคชัน Coach โดยตรง พร้อมกับวิดีโอการออกกำลังกาย ที่มีคำแนะนำด้วยเสียง และทรัพยากรอื่น ๆ ที่สามารถใช้ได้กับสมาร์ทโฟนของคุณ

Fitbit Versa เคสกันน้ำ

อ้อ.. และต้องขอพูดถึงการติดตามการนอนหลับของสมาร์ทวอทช์รุ่น Versa นี้ดูเสียหน่อย

สมาร์ทวอทช์ Fitbit รุ่น Versa ช่วยให้คุณทราบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการนอนหลับ โดยใช้อัตราการเต้นของหัวใจ พร้อมกับมีการให้คำแนะนำเพื่อให้คุณนอนหลับได้ดีขึ้น ซึ่งการติดตามการนอนหลับของรุ่น Versa นี้ สามารถทำได้ดีและมีความแม่นยำไม่ต่างจาก Fitbit ในรุ่นอื่น ๆ

ตอนนี้ Fitbit ถือว่าเป็นสมาร์ทวอทช์ที่มีการติดตามการนอนหลับที่ดีที่สุดในตลาดสมาร์ทวอทช์ และยังไม่มีใครสามารถล้มแชมป์ได้ แต่สิ่งที่น่ารำคาญสำหรับ Fitbit  คือทางแบรนด์ยังไม่อนุญาตให้แบ่งปันข้อมูลสุขภาพของคุณกับ Google Fit และ Apple Health ได้ ดังนั้น คุณจึงอาจจะต้องติดอยู่กับแอปพลิเคชันของ Fitbit ไปอีกนานแสนนาน

Fitbit Versa – การติดตามสุขภาพคุณผู้หญิง

Fitbit Versa การติดตามสุขภาพคุณผู้หญิง

คุณสมบัติที่น่าสนใจอย่างหนึ่งของ Fitbit รุ่น Versa คือการติดตามสุขภาพของคุณผู้หญิง ซึ่งสามารถพบในรุ่น Ionic เช่นกัน (แต่ต้องอัปเดตข้อมูล และศึกษารายละเอียดสำหรับช่วงทดลองใช้)

Fitbit ช่วยให้คุณผู้หญิงสามารถบันทึกและติดตามรอบประจำเดือน เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลกับกิจกรรมและรูปแบบการนอนหลับ อีกทั้งยังมีคำแนะนำด้านสุขภาพคุณผู้หญิงให้ด้วย การติดตามรอบเดือนนั้นสามารถทำได้โดยใช้ปฏิทินและการพยากรณ์ช่วงรอบเดือนถัดไป แต่ Fitbit เคยได้รายงานว่ากำลังพิจารณาใช้รูปแบบการตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจในหนึ่งวัน เพื่อติดตามรอบเดือนและสุขภาพโดยรวมต่าง ๆ ของคุณผู้หญิง แม้ว่าจะต้องได้รับการตรวจสอบความถูกต้องอย่างสมบูรณ์ก่อนที่จะมีการเปิดตัวฟังก์ชั่นดังกล่าวนี้

เราได้ให้สาว ๆ ในออฟฟิศลองทำการทดสอบการติดตามสุขภาพของคุณผู้หญิงในสมาร์ทวอทช์ รุ่น Versa และพบว่าสามารถใช้งานได้ง่ายและสะดวกในการดูต่าง ๆ ซึ่งจริง ๆ แล้วฟังก์ชั่นสำหรับคุณผู้หญิงนี้ก็อยู่ในแอปพลิเคชันหลักที่ใช้เพื่อการติดตามสุขภาพอื่น ๆ นั่นเอง

สำหรับข้อด้อยที่เราสังเกตเห็น คือ มันไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้ในการคุมกำเนิดเหมือนกับบางแอปพลิเคชัน เช่น Natural Cycles เป็นต้น ดังนั้น ความสามารถในการเพิ่มอุณหภูมิของร่างกายพื้นฐานจะเป็นการอัปเดตข้อมูลด้วยวิธีทางธรรมชาติ อย่างการนับวัน เป็นต้น

Fitbit ต้องการรวมการติดตามการนอนหลับ กิจกรรมต่าง ๆ อารมณ์ และรอบประจำเดือนเข้าด้วยกัน อีกทั้งยังมีตัวเลือกเกี่ยวกับสุขภาพจิต ซึ่งไม่ค่อยเห็นจากในสมาร์ทวอทช์ค่ายไหน ๆ นอกจากนี้ ยังไม่เหมาะสำหรับผู้หญิงที่มีประจำเดือนนานกว่า 11 วันด้วย

โดยรวมแล้ว เรามองว่าสมาร์ทวอทช์ Fitbit รุ่น Versa นี้ ถือเป็นสมาร์ทวอทช์ที่มีประสิทธิภาพ แต่ก็ยังสามารถพัฒนาให้สามารถติดตามสุขภาพของคุณผู้หญิงในประเด็นต่าง ๆ ได้อีก

และด้วยฟังก์ชั่นสำหรับคุณผู้หญิงนี้เอง ถือว่าเป็นวิธีที่ Fitbit พยายามดึงดูดกลุ่มลูกค้าผู้หญิงจำนวนมากขึ้น อีกทั้งยังมอบข้อมูลต่าง ๆ ให้สามารถดูได้อย่างง่ายดาย บนข้อมือของคุณเอง

ฟีเจอร์ของ Fitbit รุ่น Versa

ฟีเจอร์ของ Fitbit รุ่น Versa

Versa ถือว่าเป็นสมาร์ทวอทช์รุ่นที่ 2 ที่ใช้ระบบปฏิบัติการของ Fitbit เอง นั่นคือ Fitbit OS คุณสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันนอกค่ายเพื่อใช้ร่วมกับสมาร์ทวอทช์ Fitbit ของตัวเองได้ นักพัฒนาแอปพลิเคชันอาจจะต้องทำการปรับแต่งเล็กน้อย เพื่อให้แอปพลิเคชันทำงานได้ทั้งบน Ionic และ Versa แต่ Fitbit บอกเราว่ากระบวนการนี้ค่อนข้างง่าย และมีให้ดาวน์โหลดบนสมาร์ทวอทช์รุ่น Versa แล้วค่อนข้างมาก

แอปพลิเคชัน Strava, Starbucks และ Accuweather ถูกติดตั้งไว้ล่วงหน้าบนสมาร์ทวอทช์รุ่น VERSA เช่นเดียวกับในรุ่น Ionic ตอนนี้ตัวเลือกแอปพลิเคชันอาจจะยังมีไม่มากนัก แต่นอกเหนือจากแอปพลิเคชัน Strava แล้ว ก็มีไม่มากนักที่ทางเราได้เปิดใช้งานเกิน 2-3 ครั้ง

ทางเราหวังว่าสมาร์ทวอทช์รุ่น Versa นี้ จะรับนักพัฒนาแอปพลิเคชันให้เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น เพราะเหล่านักพัฒนายังให้ความสนใจในการปรับแอปพลิเคชันบน Ionic ที่มีอยู่ ให้สามารถทำงานบน Versa โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อนาฬิการุ่นนี้มีศักยภาพที่จะขายได้ดีกว่ารุ่น Ionic อาจจะมีแอปพลิเคชันแปลก ๆ ที่ใช้ GPS ของ Ionic ให้เป็นประโยชน์ได้ แต่คุณสามารถคาดหวังว่าจะเห็นแอปพลิเคชันและหน้าปัดนาฬิกาเดียวกันที่สามารถทำงานร่วมกันได้

เมื่อรุ่น Versa นี้ ไม่มีการติดตั้ง GPS ในตัว ทางเราจึงพบว่าพื้นที่จัดเก็บเพลงนั้นค่อนข้างไร้ประโยชน์  เพราะเชื่อว่าหลาย ๆ คนมักจะพกสมาร์ทโฟนติดตัวไปด้วย (โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องการใช้งาน GPS ที่สมาร์ทวอทช์รุ่น Versa ไม่มี) และการเข้าถึง Spotify จากสมาร์ทโฟนนั้นสามารภใช้งานได้ง่ายและน่าดึงดูดมากกว่าการเล่นเพลย์ลิสต์และถูก จำกัดการเลือกเพลงผ่านสมาร์ทวอทช์ แต่สำหรับการออกกำลังกายในยิม หรือแม้กระทั่งการว่ายน้ำ หากคุณจับคู่สมาร์ทโฟนและใช้งานร่วมกับหูฟังบลูทูธ คุณก็ไม่จำเป็นต้องพกสมาร์ทโฟนขณะทำกิจกรรม

การใช้งาน Fitbit Pay นั้นค่อนข้างแปลก ในเมื่อสมาร์ทวอทช์รุ่นนี้ไม่มี GPS จึงทำให้ Fitbit Pay มีความสำคัญน้อยลง

คุณสมบัติเคาน์เตอร์แคลอรี่ Fitbit Versa

จากที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า ตอนนี้คุณสามารถดูประวัติการทำกิจกรรมของคุณบนสมาร์ทวอทช์รุ่น Versa ได้ง่ายขึ้น นั่นเป็นเพราะหน้าแสดงข้อมูล Today รูปแบบใหม่ใน Fitbit OS 2.0 คุณสามารถปัดขึ้นจากหน้าปัดนาฬิกาเพื่อดูประวัติการทำกิจกรรม จำนวนก้าว แคลอรี่ที่เผาผลาญ การออกกำลังกายล่าสุด และอัตราการเต้นของหัวใจขณะทำกิจกรรมและขณะพัก

นอกจากจะมีการติดตามการทำกิจกรรมต่าง ๆ แล้ว ยังมีเคล็ดลับเพื่อสุขภาพต่าง ๆ ที่สามารถแจ้งเตือนคุณได้ เช่น ดื่มน้ำให้มากขึ้น เป็นต้น แต่สิ่งเดียวที่คุณมองไม่สามารถดูได้ คือ ประวัติการนอนหลับ แต่ Fitbit กำลังดำเนินการเพื่อพัฒนาฟังก์ชั่นในส่วนนี้อยู่

Fitbit ได้ทำการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางอย่างในเมนูและ

ปุ่มลัดที่ใช้ระบบปฏิบัติการ OS 2.0 พร้อมคุณสมบัติที่เหมือนกันกับ Ionic การกดปุ่มย้อนกลับเป็นเวลานานจะแสดงตัวเลือกในการสลับการแจ้งเตือนและการปลุกหน้าจออัตโนมัติ ซึ่งมีประโยชน์มากเมื่อถึงเวลาเข้านอน

การแจ้งเตือนยังถูกพัฒนาใน Fitbit OS 2.0 ซึ่งต้องปัดลงแทนที่จะปัดขึ้น และเร็ว ๆ นี้ ทาง Fitbit เองก็กำลังจะเปิดตัวฟังก์ชั่น ‘การตอบกลับข้อความด่วน’ จากสมาร์ทวอทช์เองโดยตรง ซึ่งคุณสามารถตั้งค่าล่วงหน้าได้ในแอปพลิเคชัน และฟีเจอร์นี้จะเปิดให้ใช้กับผู้ใช้ Android ก่อนเท่านั้น ส่วนผู้ใช้ iOS นั้น Fitbit ก็แจ้งว่าสามารถใช้งานได้ แต่ยังไม่มี ETA เท่านั้นเอง

Versa ให้การสนับสนุนผู้ใช้ Android มากกว่า เพราะ Apple Watch ได้ชื่อว่าเป็นสมาร์ทวอทช์ที่ดีที่สุดในตอนนี้สำหรับผู้ใช้ iPhone ในการที่ Apple Watch ไม่รองรับ Android ทำให้ผู้ใช้งานในระบบ Android ต้องผิดหวังไปตาม ๆ กัน แต่ Versa มาช่วยอุดรอยรั่วของข้อเสียตรงนี้ของ Apple Watch

อายุการใช้งานแบตเตอรี่และการชาร์จแบตเตอรี่

การใช้งานแบตเตอรี่ของ Versa นั้น สามารถใช้ได้นานมากกว่า 4 วัน และในการทดสอบของเรา Fitbit Versa สามารถใช้งานได้ 5 วันเต็ม ๆ ซึ่งชนะ Apple Watch และสมาร์ทวอทช์ที่ใช้งานด้วยระบบปฏิบัติการ Google’s Wear OS

Samsung Gear สามารถใช้งานได้นานกว่า 3 วัน โดยสมาร์ทวอทช์รุ่นนี้ถือว่าเป็นรุ่นที่ใช้งานได้นานสุดในท้องตลาด ตามปกติแล้ว สำหรับการใช้งาน Fitbit Versa นี้ อายุการใช้งานแบตเตอรี่จะขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่คุณทำ เช่น คุณออกกำลังกายบ่อยแค่ไหนและฟังเพลงนานแค่ไหน แต่อย่างน้อย ๆ คุณควรสามารถใช้งานได้อย่างน้อย 4 วัน

Fitbit Versa มาพร้อมกับแท่นชาร์จที่ดูเหมือนแท่นชาร์จไฮบริดของ Charge 2 และ Blaze เป็นพอร์ตที่คุณสามารถหนีบที่ด้านข้าง ช่วยในเรื่องของความปลอดภัยเมื่อแบตเตอรี่เต็มแล้ว แต่ Fitbit ทำให้ผู้ใช้สับสน เพราะมีการออกแบบอุปกรณ์ชาร์จที่แตกต่างกันมากมายตามแต่ละรุ่น

คำถามที่พบบ่อย

Fitbit Versa สตรีมเพลงได้ไหม?

Fitbit Versa สามารถเชื่อมต่อกับ Pandora (ฝั่งอเมริกา) และ Deezer (ฝั่งยุโรป) เหมือนกับสมาร์ทวอทช์ รุ่น Fitbit Ionic

Does the Fitbit Versa มี GPS ไหม?

ไม่มี คุณอาจจะต้องพกสมาร์ทโฟนไปด้วยทุกที่ เพื่อใช้งานฟังก์ชั่น GPS

สามารถเปลี่ยนสายรัดข้อมือ Fitbit Versa ได้ไหม?

ได้ ทาง Fitbit มีทั้งสายรัดข้อมือวัสดุซิลิโคน หนัง หรือโลหะ ให้เลือกมากมาย หรือคุณจะสั่งซื้อจากผู้ขายนอกค่ายก็ได้

Fitbit Versa กันน้ำไหม?

กันน้ำลึก 50 เมตร

 

สรุป

หากไม่มี GPS สมาร์ทวอทช์ Fitbit Versa นี้ จะเป็น smart watch ที่ Ionic ควรจะเป็น รุ่น Versa นั้นดูดีกว่า และยังมีฟังก์ชั่นที่คล้ายกันมากในราคาที่แตกต่างกัน 2-3 เท่า สำหรับผู้ใช้ Android ที่ไม่สามารถใช้ Apple Watch ได้ Versa ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ

ข้อดี

  • ดีไซน์สวยกว่ารุ่น Iconic
  • ฟีเจอร์และฟังก์ชั่นการใช้งานอัดแน่นจัดเต็ม
  • ราคาสมเหตุสมผล

ข้อเสีย

  • Fitbit Pay ไม่สามารถใช้งานได้กับอุปกรณ์บางรุ่น
  • การวัดอัตราการเต้นของหัวใจยังไม่แม่นยำมากนัก
  • ไม่มี GPS ติดตั้งในตัว
nv-author-image

วีนัส ห่วงสุวรรณ

วีนัส นักเขียนและนักค้นคว้าตัวยง จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ สาขาจิตวิทยา มาพร้อมกับประสบการณ์การเขียนบทความลงเว็บไซต์และบล็อกมาอย่างยาวนานในหลากหลายแนว เธอเป็นหนึ่งในนักทดสอบผลิตภัณฑ์กับเราที่ ProReview ตั้งแต่วันแรกของการก่อตั้งเว็บไซต์ และมีความเชี่ยวชาญในผลิตภัณฑ์ด้านความงาม ของใช้ในบ้าน และห้องครัว และด้วยความหลงใหลในการเขียนรีวิวเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์การทดลองใช้ผลิตภัณฑ์นี้เอง คุณจึงมั่นใจได้ในข้อมูลที่ตรงไปตรงมาและเชื่อถือได้ของเธอ