ProReview เป็นแพลตฟอร์มที่รองรับการใช้งานของผู้อ่าน เมื่อคุณซื้อสินค้าหรือบริการผ่านลิงก์บนเว็บไซต์ของเรา เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากพันธมิตร อ่านเพิ่มเติม
รีวิว iPhone 13 ปี 2022 -มันดีสำหรับคุณไหม

รีวิว iPhone 13 ปี 2022 -มันดีสำหรับคุณไหม?

iPhone 13 มาพร้อมกับหน้าจอที่สว่างสวย อายุแบตเตอรี่ที่ยาวนาน และกล้องถ่ายรูปที่ทรงพลัง สมเป็นหนึ่งใน iPhone ที่ดีที่สุดในตอนนี้

iPhone 13 มีรูปลักษณ์ที่ไม่ต่างจากรุ่นก่อนหน้าเท่าไหร่ แต่ถ้าคุณเริ่มลองใช้งาน ก็จะรู้สึกได้ว่ามีอะไรใหม่ ๆ หลายอย่างที่ปรับปรุงจากปีที่แล้ว รวมทั้งขอบหน้าจอที่เล็กลงอย่างเห็นได้ชัด

จอแสดงผลของ iPhone รุ่นใหม่สว่างกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน มีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานขึ้น และทาง Apple ยังได้ปรับปรุงคุณภาพกล้องด้วยเซ็นเซอร์แบบใหม่ มีคุณสมบัติการถ่ายภาพด้วยคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานได้อย่างมืออาชีพ (แม้ในรุ่นธรรมดาและรุ่นมินิ)

จุดเด่นที่สำคัญคือ A15 Bionic ใน iPhone 13 ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นชิปที่เร็วที่สุดในโลกในตอนนี้ นอกจากระบบที่รวดเร็วทันใจแล้ว ยังสนับสนุนการใช้งาน เช่น การถ่ายวิดีโอโหมด Cinematic ซึ่งเพิ่มมิติโฟกัสให้กับวิดีโอของคุณได้โดยอัตโนมัติ และโหมดถ่ายภาพ Photoraphic Styles ที่ให้ฟิลเตอร์หลาย ๆ แบบได้อย่างเรียลไทม์

หากคุณสนใจอ่านรีวิว iPhone 13 รุ่นอื่น ๆ สามารถดูได้ที่นี่:

ข้อบกพร่องของ iPhone 13 คือการชาร์จที่ค่อนข้างช้าเมื่อเทียบกับโทรศัพท์ Android บางรุ่น และจะไม่มีหน้าจอแสดงผลและเลนส์ซูมเทเลโฟโต้แบบที่รุ่น iPhone 13 Pro และ Pro Max มี อย่างไรก็ตาม iPhone 13 ยังถือเป็นหนึ่งในโทรศัพท์ที่ดีที่สุด ที่ให้คุณสมบัติคุ้มค่ากับเงินที่คุณจ่าย

หากคุณต้องการคุณสมบัติแบบเดียวกัน ในขนาดที่เล็กลงอีก ลองอ่านรีวิว iPhone 13 mini ฉบับเต็มได้เช่นกัน  แต่ถ้าคุณยังต้องการคุณสมบัติเสริม อย่างจอแสดงผล 120Hz ที่ปรับอัตราการรีเฟรชได้แบบไดนามิก และการซูมเทเลโฟโต้ที่ให้ภาพสวยคมชัด ลองดูรีวิว iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max สำหรับคนที่ชอบมือถือเครื่องใหญ่

รีวิว iPhone 13: ราคาและพื้นที่จัดเก็บของแต่ละรุ่น

รีวิว iPhone 13 ราคาและพื้นที่จัดเก็บของแต่ละรุ่น

ราคาของ iPhone 13 เริ่มต้นที่ 29,900 บาท สำหรับพื้นที่จัดเก็บ 128GB ซึ่งเป็นขนาดเริ่มต้น เพิ่มจากปีที่แล้วที่มี 64GB สำหรับ iPhone 12 คุณสามารถอัปเกรดเพิ่มพื้นที่ได้เป็นรุ่น 256GB ราคา 33,900 บาท และสูงสุด 512GB ที่ราคา 41,900 บาท

แน่นอนว่าตัวเลขระดับนี้ก็ไม่ใช่สมาร์ทโฟนราคาถูก แต่คุณสามารถประหยัดงบประมาณได้มากขึ้นสำหรับการแลกซื้อกับทางช็อป Apple และผู้ให้บริการที่ร่วมรายการ เพื่อแลกเครื่องเก่าเป็นส่วนลดของเครื่องใหม่ที่เหมาะกับคุณ

รีวิว iPhone 13: การออกแบบและตัวเลือกสี

รีวิว iPhone 13 การออกแบบและตัวเลือกสี

  • ขอบหน้าจอเล็กลง ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้งาน
  • มีการจัดวางปุ่มต่างจากเดิมเล็กน้อย
  • สีชมพูและสีน้ำเงินเป็นรุ่นที่โดดเด่นที่สุดในตอนนี้

การเปลี่ยนแปลงการออกแบบที่ชัดเจนใน iPhone 13 มีสองส่วน คือกล้องด้านหลังที่เป็นแนวทแยงแทนแบบเดิมที่เป็นแนวตั้ง และขอบหน้าจอที่มีขนาดเล็กลง 20% พร้อมระบบกล้อง TrueDepth คุณภาพยอดเยี่ยมและฟังก์ชั่น Face ID ที่เปิดตัวกับ iPhone X ตั้งแต่สี่ปีที่แล้ว

แม้ว่าขอบหน้าจอที่เล็กลงนั้นไม่ได้สร้างความแตกต่างมากเท่าไหร่ในการใช้งาน iPhone 13 แต่สำหรับการใช้ดูวิดีโอหรือภาพยนตร์แบบแนวนอน คุณจะรู้สึกได้ว่า ไม่มีขอบหน้าจอมารบกวนเหมือนเดิมอีกต่อไป

นอกจากนี้ การใช้แอปที่มีพื้นหลังสีขาวในแนวตั้ง เช่นแอป Gmail ก็สะดวกขึ้นด้วย เพราะคุณเห็นรายละเอียดมากขึ้น

ตำแหน่งการจัดวางของปุ่มใน iPhone 13 และ iPhone 12 จะมีความแตกต่างกันเล็กน้อย โดยปุ่มเปิดปิดอยู่ต่ำลงจากตำแหน่งเดิมบนด้านขวา และปุ่มปรับระดับเสียงก็อยู่ต่ำลงด้วยบนด้านซ้าย

รีวิว iPhone 13 การออกแบบ

หน้าจอด้านหน้าของ iPhone 13 เป็นแบบ CeramicShield ที่มีความทนทาน ส่วนด้านหลังเป็นกระจกขอบเรียบที่แข็งแรงเช่นกัน มีการกันน้ำระดับ IP68 เหมือนรุ่นที่แล้ว แต่น่าเสียดายที่ iPhone 13 รุ่นใหม่นี้ไม่มี Touch ID อย่างที่เราหลายคนต้องการ เพราะการถอดหน้ากากใช้ Face ID นั้นเป็นสิ่งที่น่ากังวลในสถานการณ์ปัจจุบัน ถ้ามีเซ็นเซอร์ Touch ID อยู่ในปุ่มเปิดปิดแบบใน iPad mini 6 ก็คงจะดีไม่น้อย

ตอนนี้ iPhone 13 ยังมีปัญหาในการปลดล็อกด้วย Apple Watch สำหรับผู้ใช้บางราย ซึ่งทาง Apple แจ้งว่าจะมีการแก้ไขปรับปรุงการใช้งานในเร็ว ๆ นี้

iPhone 13 มีทั้งหมด 5 สีให้เลือก ได้แก่ ชมพู, น้ำเงิน, ดำ, เงิน(สตาร์ไลท์) และแดง ทีมงานของเราชื่นชอบสีน้ำเงินเป็นพิเศษ เพราะดูสดใส สนุกสนาน และยังไม่ฉูดฉาดจนเกินไป และยังมีอลูมิเนียมในสีที่เข้ากันด้วย

 

รีวิว iPhone 13: กล้องถ่ายรูป

รีวิว iPhone 13: กล้องถ่ายรูป

  • สีสว่างสวยงามเอาชนะคู่แข่งอย่าง Samsung
  • กล้องมุมกว้างพิเศษได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยเฉพาะโหมดกลางคืน
  • ปรับแต่งภาพได้บนโหมด Photographic Styles

นอกจากการจัดวางเลนส์แบบใหม่แล้ว กล้องของ iPhone 13 ก็ยังมีคุณสมบัติมากมาย และมีเลนส์กว้างที่รับแสงได้มากกว่า iPhone 12 ถึง 47% ด้วยเซ็นเซอร์ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิม

ข้อดีอีกอย่างหนึ่ง คือมีกล้องอัลตร้าไวด์ที่สามารถจับภาพได้มากขึ้นสี่เท่า ใช้เซ็นเซอร์ใหม่ที่ให้ประสิทธิภาพดีกว่าสำหรับการถ่ายภาพในที่แสงน้อย และภาพแตกน้อยลง

หากคุณไม่ชอบอุณหภูมิสีตามปกติจากกล้องของ iPhone หรืออยากปรับแต่งภาพบางส่วนให้ตรงสไตล์มากขึ้น คุณจะประทับใจกับคุณสมบัติ Photographic Styles ที่สามารถสลับฟิลเตอร์ได้หลายแบบ มีให้เลือกทั้งโทนสีมาตรฐาน สีอุ่น สีเย็น และสีที่ดูสดใส

เราได้ลองใช้คุณสมบัตินี้กับการถ่ายภาพบุคคล และประทับใจกับความโดดเด่นที่แตกต่างของแต่ละสไตล์ โหมดคอนทราสต์ที่เข้มข้นจะทำให้ภาพดูชัดเจน ไม่พร่ามัว และโหมดสีสดใสจะทำให้เห็นรายละเอียดมากขึ้น ทั้งนี้ การเปลี่ยนเอฟเฟกต์แต่ละส่วนจะต้องมีการตั้งค่า ไม่ได้สามารถเปลี่ยนได้ทันที แต่ข้อดีคือคุณสามารถตั้งเอฟเฟกต์ของคุณเองได้

คุณภาพของรูปที่ได้จาก iPhone 13 เทียบเท่ากับ iPhone 12 ในหลาย ๆ โหมด แต่มีการปรับปรุงอย่างชัดเจนสำหรับภาพถ่ายในโหมดกลางคืน ถ้าดูจากรูปเปรียบเทียบจะเห็นว่า iPhone 13 สามารถจับสีชมพูที่สว่างกว่าในดอกไฮเดรนเยียและใบไม้ที่อยู่รอบ ๆ ได้อย่างสวยงามลงตัว

 

รีวิว iPhone 13: วิดีโอ

รีวิว iPhone 13 วิดีโอ

  • โหมด Cinematic ปรับโฟกัสวัตถุหรือบุคคลได้อัตโนมัติ
  • คุณภาพวิดีโอ Dolby Vision คมชัดระดับ HDR

iPhone 13 เป็นสมาร์ทโฟนที่ทำให้คุณรู้สึกเหมือนเป็นผู้กำกับวิดีโอมืออาชีพอย่างที่หาเทียบได้ยาก ด้วยโหมด Cinematic ที่ให้เอฟเฟกต์เพิ่มมิติกับวิดีโอของคุณและเปลี่ยนโฟกัสไปที่วัตถุต่าง ๆ ขณะกำลังใช้งานได้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม ผลลัพธ์ที่ได้คือวิดีโอที่ดูน่าสนใจ โฟกัสได้อย่างราบรื่น

เมื่อลองใช้ถ่ายสุนัข เราประทับใจกับโฟกัสของ iPhone 13 ที่ทำให้ลูกสุนัขดูโดดเด่น ตอนแรกลูกสุนัขอยู่ใกล้ ๆ ตอนถ่าย หลังจากนั้นก็ออกจากเฟรมไป และมีคนเข้ามาแทน กล้องก็ปรับโฟกัสโดยอัตโนมัติ โบเก้บนพื้นหลังที่ได้ก็ดูลงตัว ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายอื่น ๆ รวมทั้ง Samsung พยายามทำมานาน แต่อย่างที่เราเห็นใน Galaxy S21 Ultra ก็ไม่สามารถปรับโฟกัสแบบนี้ได้

ทั้งนี้ โหมด Cinematic ก็ยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์แบบซะทีเดียว เนื่องจาก iPhone 13 ต้องใช้เวลาในการจดจำวัตถุที่เคลื่อนไหวเร็วในบางครั้ง และจำกัดอยู่ที่ 1080p เท่านั้น เพราะคุณจะไม่สามารถใช้โหมดนี้ในความละเอียด 4K ได้ แต่โดยรวมแล้ว ถือเป็นคุณสมบัติที่น่าสนใจมาก ๆ คุณจะสนุกกับการถ่ายวิดีโอมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการบันทึกความทรงจำ หรือจะทำวิดีโอสนุก ๆ เพื่ออัปโหลดบนโซเชียลมีเดีย

คุณภาพวิดีโอ iPhone 13 ถือว่ายอดเยี่ยมโดยรวม มีการลดสัญญาณรบกวนดีขึ้น ให้ช่วงไดนามิกที่ดีขึ้น และการเรนเดอร์ที่ปรับปรุงให้สามารถระบุรายละเอียดต่าง ๆ บนวิดีโอได้อย่างครอบคลุม

 

รีวิว iPhone 13: หน้าจอแสดงผล

รีวิว iPhone 13 หน้าจอแสดงผล

  • หน้าจอสว่างขึ้น ใช้ได้ดีในที่แสงจ้า
  • สีสวย คมชัด แม่นยำ

น่าเสียดายที่ iPhone 13 ไม่มีอัตราการรีเฟรช 120Hz แบบ iPhone 13 Pro แต่ยังคงใช้แผงหน้าจอ OLED ร่วมกับจอภาพ Super Retina XDR ที่สว่างกว่า iPhone 12 ถึง 28% นอกจากนี้ยังวัดค่าความสว่าง 800 นิต เมื่อเทียบกับของปีที่แล้วที่สว่าง 600 นิต

ในการทดสอบโดยทีมงานของเรา ความแตกต่างของความสว่างทั้งสองรุ่นนั้นไม่ได้ชัดเจนมากนัก แต่ถ้าคุณลองใช้ iPhone 13 ในที่ ๆ มีแสงแดดจ้า ก็จะรู้สึกได้ถึงความแตกต่าง

คุณภาพการแสดงผลโดยรวมถือว่าโดดเด่นมาก เราได้ลองใช้โทรศัพท์ดูตัวอย่างภาพยนตร์อย่าง Matrix Resurrections และได้เห็นสีสัน และความสว่างที่ชัดเจน มีภาพรวมที่ครอบคลุม และยังเห็นรายละเอียดของใบหน้า รวมถึงเส้นผมของตัวละครด้วย

เปรียบเทียบหน้าจอ iPhone 13

จากการทดสอบในห้องปฏิบัติการ พบว่า iPhone 13 มีความสว่างเฉลี่ย 795 นิต เมื่อเทียบกับ 569 นิต ของ iPhone 12 และ 702 นิต ของ Galaxy S21 นอกจากนี้ iPhone 13 ยังได้คะแนน 78.1% จากการวัดสี DCI-P3 และ 110.2% สำหรับสี sRGG ซึ่งยิ่งมีตัวเลขที่สูงกว่าก็จะมีค่าที่ดีกว่าด้วย ส่วน iPhone 12 ได้คะแนนที่ 81.1% และ 114.5% และ Galaxy S21 77.4% และ 109.2%

ความแม่นยำของสีของ iPhone 13 ยอดเยี่ยมเช่นกัน ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนจากคะแนน Delta-E ที่ 0.26 (ยิ่งคะแนนน้อยยิ่งดีมาก) เทียบกับ 0.29 คะแนนของ Galaxy S21 และ iPhone 12

 

รีวิว iPhone 13: อายุแบตเตอรี่และการชาร์จ

รีวิว iPhone 13 อายุแบตเตอรี่และการชาร์จ

  • อายุแบตเตอรี่ 10 ชั่วโมง 33 นาที นานกว่า iPhone 12 กว่า 2 ชั่วโมง

Apple ให้ข้อมูลว่า iPhone 13 สามารถใช้งานได้ยาวนานกว่า iPhone 12 ถึง 1.5 ชั่วโมง เพราะมีแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้น จอแสดงผลที่มีประสิทธิภาพกว่าเดิม และชิป A15 Bionic ที่ทรงพลัง ซึ่งในการทดสอบของเรา พบว่าแบตเตอรี่ใหม่นี้ใช้ได้นานกว่า 2 ชั่วโมง

ในการทดสอบแบตเตอรี่ของเรา ใช้อุปกรณ์ท่องเว็บต่อเนื่องผ่าน 5G ที่ความสว่างหน้าจอ 150 นิตจนแบตเตอรี่หมด สามารถจับเวลาของ iPhone 13 ได้นาน 10 ชั่วโมง 33 นาที ซึ่งนานกว่าเวลา 8 ชั่วโมง 25 นาที ที่ได้จาก iPhone 12 โดยรวมจึงสามารถใช้งานได้นานกว่ารุ่นเดิม 2 ชั่วโมง และยังนานกว่า Galaxy S21 ที่ใช้ได้ต่อเนื่อง 9 ชั่วโมง 53 นาที

หากต้องการดูว่าแบตเตอรี่ของ iPhone 13 ทั้งสี่รุ่นมีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน สามารถดูผลลัพธ์ได้จากข้อมูลอายุการใช้งานแบตเตอรี่ของ iPhone 13 ทุกรุ่น และโทรศัพท์ Android รุ่นอื่น ๆ ที่ใกล้เคียง ในรายการรีวิวโทรศัพท์ที่ชาร์จได้เร็วที่สุด

น่าเสียดายที่ iPhone 13 มีความเร็วในการชาร์จเท่าเดิม โดยมีพลังงาน 51% ในการชาร์จ 30 นาทีด้วยเครื่องชาร์จ 20W ของ Apple เทียบกับรุ่นอื่น ๆ เช่น OnePlus 9 Pro ที่เร็วกว่านั้นมาก

ถ้าจะชาร์จผ่าน MagSafe 15W ก็จะทำให้ชาร์จได้ช้ากว่าเดิม แต่ถือเป็นอุปกรณ์ที่สะดวกสำหรับหลาย ๆ คนเพราะไม่ต้องมีสายเพิ่มและเป็นแม่เหล็กในตัว

 

รีวิว iPhone 13: ระบบ iOS 15

รีวิว iPhone 13 ระบบ iOS 15

  • ระบบ SharePlay สำหรับการดูวิดีโอและฟังเพลงพร้อมกับเพื่อน ๆ
  • โหมดโฟกัส สำหรับการใช้งานที่ไม่รบกวนสมาธิคุณ

iOS 15 ได้มอบการปรับปรุงที่น่าตื่นเต้นให้กับ iPhone ของคุณในหลายส่วนที่เพิ่มประสบการณ์การแบ่งปันที่ดีขึ้น ทั้ง FaceTime ที่มีเสียงและอินเทอร์เฟซที่ราบรื่น และการอัปเดตในอนาคตที่จะช่วยให้คุณสามารถฟังเพลงและดูภาพยนตร์ได้พร้อมกับเพื่อน ๆ หรือสมาชิกในครอบครัว หากคุณชอบใช้แอป Messages ก็สามารถแชร์สื่อต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น

เราชื่นชอบระบบโฟกัสที่มาใหม่ใน iOS 15 สำหรับการตั้งค่าการแจ้งเตือนที่ดีขึ้น ปรับปรุงให้มีการแจ้งเตือนตามกิจกรรมที่ทำ ทำให้คุณไม่ถูกรบกวนสมาธิจากสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

คุณสมบัติพิเศษใน iOS 15 ยังรวมไปถึงดีไซน์ใหม่ของ Safari (ซึ่งเราไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ที่ต้องพิมพ์หน้าเว็บด้านหลังแทนแบบเดิมที่มีช่องพิมพ์ด้านบน แต่คุณสามารถตั้งค่าเปลี่ยนตำแหน่งได้) นอกจากนี้ยังมีแอปสภาพอากาศที่ให้ข้อมูลครอบคลุมขึ้น และแอป Maps ที่ปรับปรุงมุมมองถนน พร้อมกับ Live Text ที่สามารถบันทึกข้อความจากรูปภาพได้แบบเรียลไทม์ และยังใช้ง่ายสำหรับการแปลภาษา

 

รีวิว iPhone 13: ประสิทธิภาพการทำงานและชิป A15 Bionic

รีวิว iPhone 13 ประสิทธิภาพการทำงานและชิป A15 Bionic

  • ชิปเซ็ต A15 Bionic ที่เร็วที่สุดในตอนนี้
  • ประสิทธิภาพการเรียนรู้ที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน

A15 Bionic ไม่ได้มีการปรับปรุงประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นจาก A14 Bionic บน iPhone 12 มากนัก แต่ก็ยังเป็นชิปที่เร็วที่สุดในตอนนี้ มีคุณสมบัติแบบใน A14 Bionic ได้แก่ CPU 6 คอร์และ GPU 4 คอร์ แต่เพิ่ม Neural Engine 16 คอร์เข้ามาสำหรับการเรียนรู้การทำงานโดยอัตโนมัติ เพิ่มขึ้นจาก 8 คอร์ในชิปเซ็ตรุ่นก่อนหน้า

Apple ให้ข้อมูลว่า CPU ของ iPhone 13 นั้นเร็วกว่าคู่แข่งถึง 50% และ GPU ก็สามารถรองรับการแสดงผลกราฟิกเร็วขึ้น 20% ด้วย ซึ่งให้ผลดีมากสำหรับการใช้งานในทุก ๆ วันและเห็นชัดในการทดสอบ

หากคุณลองใช้เล่นเกมอย่าง Genshin Impact ซึ่งเป็นเกมต่อสู้แนวผจญภัย จะเห็นว่าภาพเคลื่อนไหวและเอฟเฟกต์ให้ความรู้สึกราบรื่นและละเอียดเหมือนเล่นคอนโซล ทั้งการเดินทาง ดูวิวทิวทัศน์ และตอนที่กำลังต่อสู้ การใช้แอป Seek ก็ให้ประสบการณ์ที่น่าประทับใจไม่แพ้กัน คุณสามารถใช้แอปนี้สำหรับระบุชื่อพืชพันธุ์ด้วยกล้อง

iPhone 13 กำลังเล่น Genshin Impact

สำหรับการทดสอบด้วย Geekbench 5 เพื่อวัดประสิทธิภาพโดยรวม iPhone 13 ได้คะแนนที่ 4,129 และ 1,684 ตามลำดับ ซึ่งดีกว่า iPhone 12 ที่ได้คะแนน 3,859 และ1,593 พร้อมกับเอาชนะคะแนนของ Galaxy S21 ที่ 3,302 และ1,048 คะแนน

ประสิทธิภาพกราฟิกของ iPhone 13 ก็น่าประทับใจเช่นกัน ในการวัดด้วยเกณฑ์มาตรฐาน 3DMark Wild Life iPhone ได้ค่า 55.9 เฟรมต่อวินาที ซึ่งสูงกว่า iPhone 12 เพียงเล็กน้อยที่ได้ 51 เฟรมต่อวินาที แต่ทิ้งห่างจาก Galaxy S21 Ultra ที่ได้เพียง 33 เฟรมต่อวินาทีเท่านั้น

ประสิทธิภาพการตัดต่อไม่ได้มีความแตกต่างกันมากนักในการใช้ Adobe Premiere Rush วัดการแปลงไฟล์วิดีโอ iPhone 13 ใช้เวลา 25.9 วินาทีในการแปลงวิดีโอ 4K เป็น 1080p ในขณะที่ iPhone 12 ใช้เวลา 26.5 นาที ส่วน Galaxy S21 ใช้เวลา 1 นาที 2 วินาที

 

รีวิว iPhone 13: บทสรุป

iPhone 13 ได้ยกระดับ iPhone ที่ดีที่สุดรุ่นก่อนหน้านี้ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก พร้อมการปรับปรุงที่น่าสนใจมากมาย เราประทับใจอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้นเป็นพิเศษ เทียบกับ iPhone 12 ที่ไม่ทนทานเท่าไหร่ในฐานะโทรศัพท์ที่รองรับ 5G หากคุณเป็นเจ้าของ iPhone 12 เราคิดว่าไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเป็น iPhone 13 รุ่นใหม่ แต่ถ้าคุณใช้ iPhone 11 หรืออุปกรณ์รุ่นเก่ากว่านั้น ก็เป็นการอัปเกรดที่คุ้มค่า

ขอบหน้าจอในรุ่นนี้เล็กลงกว่าเดิม ซึ่งก็ทำให้ใช้งาได้ราบรื่นขึ้น แต่สิ่งที่โดดเด่นสุด ๆ ของ iPhone 13 คือคุณภาพกล้อง ที่สามารถใช้ถ่ายในสภาวะแสงน้อยดีขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจน และมีโหมดการถ่ายภาพอย่างโหมด Cinematic และ Photographic Styles เมื่อใช้ร่วมกับชิป A15 Bionic ทำให้คุณมีอุปกรณ์ระดับมืออาชีพ

Apple ได้เพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลเริ่มต้นเป็นสองเท่าที่ 128GB ในรุ่นนี้ ทำให้ความจุของ iPhone รุ่นใหม่เทียบเท่ากับอุปกรณ์ Android ในที่สุด เราหวังว่าทาง Apple จะได้ปรับปรุงการชาร์จเร็วผ่าน USB-C หรือ MagSafe และปรับให้มีจอแสดงผล 120Hz ในทุกรุ่น ไม่เฉพาะรุ่นโปรเท่านั้น

โดยสรุป iPhone 13 เป็นโทรศัพท์ที่ยอดเยี่ยมและยกระดับคุณภาพกล้องอย่างที่คุณไม่คิดว่าโทรศัพท์จะสามารถทำได้

 

สรุปการรีวิว

ด้วยคุณสมบัติของ iPhone 13 ที่มีหน้าจอสว่างขึ้น กล้องที่สวยงามกว่าเดิม และอายุแบตเตอรี่ที่ยาวขึ้นอีก 2 ชั่วโมง ทำให้เป็น iPhone ที่ดีที่สุดที่คุ้มค่ากับราคามาก ๆ น่าเสียดายที่ไม่มีการชาร์จเร็วและหน้าจอไดนามิกแบบ iPhone 13 Pro และ Pro Max

ข้อดี

  • หน้าจอสว่างขึ้น
  • กล้องยอดเยี่ยมมาก
  • โหมด Cinematic สำหรับวิดีโอ
  • ประสิทธิภาพการทำงานชั้นนำ
  • อายุแบตเตอรี่ยาวนานเป็นพิเศษ

ข้อเสีย

  • ไม่มีหน้าจอ 120Hz แบบรุ่นโปร
  • ใช้เวลาชาร์จนานกว่ารุ่นอื่นของแบรนด์คู่แข่ง
  • โหมด Cinematic จำกัดที่ 1080p เท่านั้น
nv-author-image

วีนัส ห่วงสุวรรณ

วีนัส นักเขียนมือทองของเรา เป็นนักวิจัยและผู้เชียวชาญด้านความงามและแฟชั่นที่เยี่ยมยอด เธอจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ ภาควิชาจิตวิทยา ทำให้เธอเข้าใจผู้บริโภคและพฤติกรรมการบริโภคอุปโภคอย่างถ่องแท้ และด้วยความที่เธอรักและสนใจเรื่องสวย ๆ งาม ๆ อยู่แล้วด้วย ทำให้เธอทำหน้าที่หัวหน้าหมวดความงามและช่วยดูแลการค้นคว้าข้อมูลหมวดแฟชั่นได้เป็นอย่างดี วีนัสมีประสบการณ์ยาวนานหลายปี คุณจึงมั่นใจได้เลยว่าข้อมูลทั้งหมดในบทความของเธอเป็นความจริงและเชื่อถือได้