ProReview เป็นแพลตฟอร์มที่รองรับการใช้งานของผู้อ่าน เมื่อคุณซื้อสินค้าหรือบริการผ่านลิงก์บนเว็บไซต์ของเรา เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากพันธมิตร อ่านเพิ่มเติม
ใช้ครีมแต้มสิวอย่างไรให้ได้ผลดีที่สุด

ใช้ครีมแต้มสิวอย่างไรให้ได้ผลดีที่สุด

ครีมทาสิวหรือครีมแต้มสิว ถูกผลิตขึ้นมาด้วยจุดประสงค์เพื่อการด๔แลรักษาสิวให้หายไวมากยิ่งขึ้น แต่เชื่อว่าหลาย ๆ คนยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับครีมทาสิวอยู่ และในบทความนี้เราจะมาอธิบายขยายความกันว่าครีมทาสิวคืออะไร ใช้อย่างไรจึงจะถูกต้องและได้ประโยชน์สูงสุด

ครีมทาสิว คืออะไร

ครีมทาสิว เป็นยารักษาสิวรูปแบบหนึ่งที่นิยมนำมาใช้เพื่อการรักษาสิวเฉพาะจุดบนผิวหนัง เหมาะสำหรับการใช้รักษาสิวที่มีอาการไม่รุนแรงไปจนถึงอาการปานกลาง ครีมทาสิวมักถูกนำมาใช้เดี่ยว ๆ หรือใช้ร่วมกับยากินเพื่อยับยั้งการเกิดสิวภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

 

ครีมทาสิว ทำปฏิกิริยาต่อผิวอย่างไร

ครีมทาสิว ทำปฏิกิริยาต่อผิวอย่างไร

ครีมทาสิวในรูปแบบยาทาที่เป็นที่นิยมในท้องตลาดปัจจุบันจะมีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท โดยทั้ง 2 ประเภทจะออกฤทธิ์ทำปฏิกิริยาต่อผิวแตกต่างกัน คือ

ยาทาสิวที่มีฤทธิ์ผลัดเซลล์ผิว: เป็นตัวยาที่มีส่วนผสมของ BENZOYL PEROXIDE หรือ RETINOIDS สามารถใช้ทาได้ทั่วทั้งใบหน้าหรือทาบริเวณที่เป็นสิวได้วันละ 1-2 ครั้ง มีสรรพคุณในเรื่องของการผลัดเซลล์ผิวและช่วยขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้หลุดลอกออกไป แต่มีผลข้างเคียง คือ อาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง ไวต่อแสงแดด และมีอาการแดงได้ วิธีแก้คือลดปริมาณความเข้มข้นของสารหรือลดระยะเวลาที่ใช้

ยาทาสิวปฏิชีวนะ: เป็นยาที่นำมาใช้ทาเฉพาะบริเวณที่เป็นสิวเท่านั้น โดยสามารถใช้ได้วัยละ 1-2 ครั้ง มีผลข้างเคียง คือ ผิวอาจเกิดอาการลอก บาง แสบแดง นิยมนำมาใช้ควบคู่กับยาทาสิวที่มีฤทธิ์ผลัดเซลล์ผิว

การใช้ครีมทาสิวอย่างถูกต้อง

การใช้ครีมทาสิวอย่างถูกต้อง

ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทครีมทาสิวเป็นครั้งแรก เราแนะนำให้ใช้ในปริมาณที่น้อย ๆ ก่อน โดยทาลงไปบนสิวเป็นเวลาสัก 2-3 วันเพื่อเป็นการทดสอบว่าแพ้ครีมทาสิวดังกล่าวหรือไม่ หากมีอาการแพ้ ให้หยุดใช้และปรึกษาแพทย์ผิวหนังทันที

แต่เมื่อมีผลิตภัณฑ์หลากหลายตัวที่ใช้ลงบนผิวหลากหลายขั้นตอน เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงจะสับสนไม่น้อยว่าต้องลงครีมทาสิวตอนไหน จะทาก่อนลงเซรั่ม หรือทาหลังลงมอยส์เจอไรเซอร์ถึงจะได้ผลดีที่สุด?

คำตอบก็คือ ควรใช้มอยเจอร์ไรเซอร์หลังจากใช้ยารักษาสิว เพราะการใช้มอยเจอร์ไรเซอร์จะช่วยให้ยารักษาสิวซึมเข้าสู่ผิวได้ดีขึ้นกว่าเดิม และป้องกันไม่ให้ยาทาสิวทำให้ผิวแห้ง และหากเป็นในตอนเช้า แนะนำให้ตามด้วยการทาครีมกันแดดเพื่อช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีด้วย

วิธีใช้ครีมทาสิวนั้นมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนจากการใช้ครีมทาหน้าทั่ว ๆ ไป โดยวิธีใช้ครีมทาสิว สามารถทำได้ ดังนี้

  • ล้างหน้าและเช็ดหน้าให้แห้ง: สิวสามารถขึ้นได้ทุกส่วนบนร่างกายที่มีผิวหนัง ความสะอาดถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อปัญหาสิวได้อย่างชัดเจน แนะนำให้ล้างหน้าให้สะอาดหมดจด หากแต่งหน้าหรือทาครีมกันแดดก็ควรใช้คลีนซิ่งเพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่ฝังลึกอยู่บนผิว หลังจากนั้นเช็ดหน้าให้แห้งด้วยผ้าสะอาดและนุ่ม
  • บีบเนื้อครีมในปริมาณเล็กน้อย: บีบครีมทาสิวจากหลอดให้มีขนาดเท่าเม็ดถั่วลงบนนิ้ว ไม่จำเป็นต้องใช้ในปริมาณมาก เพราะครีมทาสิวเป็นครีมทาเฉพาะจุดจึงไม่มีความจำเป็นจะต้องบีบออกมาใช้เยอะ หากไม่พอสามารถบีบเพิ่มได้
  • ทาครีมแต้มสิวในบริเวณที่เป็นสิว: หลังจากที่บีบเนื้อผลิตภัณฑ์ออกมาจากหลอดแล้ว ให้ใช้นิ้วแตะเบา ๆ ที่บริเวณที่เป็นสิวโดยตรง หรือหากใครที่กังวลเรื่องความสะอาดก็สามารถบีบเนื้อผลิตภัณฑ์ลงบนสำลีก้านได้ เกลี่ยกระจายปริมาณเนื้อครีมขนาดเท่าเม็ดถั่วให้ทั่วบริเวณที่เป็นสิว
  • นวดเนื้อครีมให้ซึมซาบ: เมื่อทาแต้มครีมลงบนบริเวณผิวที่เป็นสิวแล้ว ให้นวดเบา ๆ แล้วเกลี่ยให้ทั่วบริเวณที่เป็นสิว หัวสิวจะถูกเคลือบบาง ๆ ด้วยเนื้อครีม แนะนำให้เกลี่ยให้ทั่ว เพื่อให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้อย่างครอบคลุมทั่วทั้งบริเวณสิว

 

เป็นสิวแบบนี้ ใช้ยาทาสิวแบบไหนดี

เป็นสิวแบบนี้ ใช้ยาทาสิวแบบไหนดี 2

 

ปัจจุบัน ยาทาสิวมีส่วนผสมที่หลากหลาย และด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า จึงทำให้สามารถผลิตคิดค้นสารใหม่ ๆ ที่ออกฤทธิ์ต่อสิวแต่ละประเภทได้ดีกว่าเดิม และเมื่อมีสารที่ออกฤทธิ์ต่อสิวมากมาย เราจะเลือกใช้อย่างไรเพื่อให้เหมาะกับสิวแต่ละประเภท

  • Salicylic Acid เหมาะสำหรับการใช้กับสิวอุดตันหรือผิวที่มีจุดด่างดำจากรอยสิว มีคุณสมบัติในการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออก แต่ไม่มีคุณสมบัติในการยับยั้งการผลิตไขมันบนผิว
  • Benzoyl Peroxide ช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน ช่วยให้สิวแห้งลอกออกไป เหมาะกับการใช้กับสิวอุดตัน สิวผด หรือผู้ที่ประสบปัญหาสิวระดับรุนแรงปานกลาง
  • Trertinoin หรือกรดวิตามินเอ (เรตินอยด์, เรติน-เอ) มีคุณสมบัติในการช่วยละลายไขมันในสิวอุดตันหรือสิวไม่มีหัวบนผิวหนังได้ดี แต่ไม่เหมาะกับการนำมาใช้กับสิวอักเสบ
  • Sulfer เหมาะกับการใช้กับสิวอักเสบ เพราะมีคุณสมบัติในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียได้เป็นอย่างดี
  • Tetracycline นิยมนำมาใช้กับสิวอักเสบ สิวหัวหนองที่อยู่ในระดับรุนแรงมาก เพราะมีคุณสมบัติในการรักษาการติดเชื้อแบคทีเรีย
  • Erythromycin เหมาะสำหรับผู้ที่ประสบปัญหาสิวหัวช้างที่มีความรุนแรงน้อยถึงปานกลาง มีคุณสมบัติในการต้านเชื้อแบคทีเรีย ได้ผลดีเมื่อนำมาใช้ควบคู่กับ Benzoyl Peroxide
  • Azelaic Acid เป็นสารที่นิยมนำมาใส่ในสกินแคร์ เพราะมีคุณสมบัติในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียตามผิวหนัง เหมาะสำหรับผู้ที่ประสบปัญหาสิวอุดตันหรือสิวอักเสบในระดับรุนแรงน้อย

อย่างไรก็ตาม การใช้ครีมทาสิวเป็นหนึ่งในหลาย ๆ วิธีในกระบวนการรักษาสิว ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีวิธีใดที่จะสามารถรักษาสิวได้อย่างเร่งด่วน เพราะการรักษาสิวนั้นต้องใช้เวลา และต้องอาศัยการรักษาทั้งที่ต้นเหตุและปลายเหตุ เพื่อป้องกันการเกิดสิวซ้ำซาก ดังนั้น การรักษาสิวที่ดีที่สุดในตอนนี้คือการป้องกันไม่ให้ผิวเป็นสิวนั่นเอง ด้วยการดูแลเรื่องความสะอาด จัดตารางเวลาการพักผ่อนอย่างเพียงพอ รวมไปถึงการเปลี่ยนอาหารการกินที่ไม่ไปกระตุ้นการเกิดสิว เป็นต้น

แหล่งที่มา: NHSrama.mahidol,

nv-author-image

รมณพัสสกานต์ เพ็งนวม

กุ๋ย นักเขียนผู้เชี่ยวชาญด้านเรื่องท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ของเราจบการศึกษาจากคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำให้กุ๋ยเธอเข้าใจพฤติกรรมและแนวโน้มการซื้อสินค้าของผู้บริโภคเป็นอย่างดี และสามารถเฟ้นหาสุดยอดสินค้าผลิตภัณฑ์ในหมวดหมู่ที่เธอเชี่ยวชาญมาเขียนบทความรีวิวให้ผู้อ่านได้พิจารณาเสพกันอยู่เสมอ ด้วยประสบการณ์ด้านการค้นคว้าวิจัยและการเขียนรีวิวสินค้า ตั้งแต่หมวดสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไปจนถึงกระเป๋าเป้มาเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 6 ปี ทำให้คุณมั่นใจได้ถึงคุณภาพงานเขียนและรีวิวที่ข้อมูลถูกต้องตามจริงตรงตามความจริงของเธอได้เลย