ProReview เป็นแพลตฟอร์มที่รองรับการใช้งานของผู้อ่าน เมื่อคุณซื้อสินค้าหรือบริการผ่านลิงก์บนเว็บไซต์ของเรา เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากพันธมิตร อ่านเพิ่มเติม
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 4 รุ่นล่าสุดบนแบนเนอร์ Pro Review
Pro Review » งานอดิเรก » รีวิว 15 อันดับ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี ปี 2024

รีวิว 15 อันดับ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี ปี 2024

หากใครที่กำลังมองหาสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหรือกำลังมองหาวิธีการเดินทางที่สนุกสนานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ก็คงจะสงสัยอยู่ใช่ไหมล่ะว่าจะมีวิธีเลือกสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าให้เหมาะสมกับความต้องการอย่างไรได้บ้าง เพราะท้องตลาดในปัจจุบันมีสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแบรนด์และรุ่นต่าง ๆ มากมายให้เลือก ดังนั้นการเรียนรู้ว่าควรจะเริ่มต้นจากตรงไหนและควรเลือกซื้ออย่างไรจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้เราทำการรวบรวมรายชื่อรุ่นของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ดีที่สุดในท้องตลาดปัจจุบัน โดยเน้นไปที่แบรนด์ที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น Xiaomi, Ninebot หรือ Segway ซึ่งทางเราได้ทำการค้นคว้าและทดสอบการใช้งานสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหลายรุ่นจากแบรนด์ต่าง  ๆ เหล่านี้เพื่อนำเสนอสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทาง รวมทั้งเพื่อความสนุกสนานในการใช้งาน โดยพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ระยะทาง ความเร็วสูงสุด และความสะดวกในการพกพา เป็นต้น

ไม่ว่าคุณกำลังมองหาสกู๊ตเตอร์ที่น่าเชื่อถือในราคาย่อมเยาอย่าง Xiaomi หรือรุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงอย่าง Ninebot หรือจะเป็นแบรนด์ที่ผ่านการทดสอบด้านประสิทธิภาพมาแล้วอย่าง Segway เราก็มีข้อมูลครบครันมามอบให้คุณถึงที่ เริ่มก้าวเข้าสู่โลกของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเพื่อค้นพบประโยชน์มากมายในบทความนี้กันได้เลย

หากคุณกำลังมองหาสกู๊ตเตอร์สำหรับบุตรหลานของคุณ อย่าลืมอ่านสุดยอดสกู๊ตเตอร์สำหรับเด็ก และเพื่อป้องกันศีรษะของคุณ โปรดอ่านเกี่ยวกับหมวกกันน็อคจักรยานที่ดีที่สุด

มาอ่านต่อเพื่อค้นหาสุดยอดสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าทั้งหมดที่เราชื่นชอบได้เลย

สกูตเตอร์ไฟฟ้าที่แนะนำ 15 รายการคือ

รีวิวสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นที่ดีที่สุด

1. Xiaomi Mi Electric Scooter 4

Xiaomi Mi Electric Scooter 4 สีดำ

Credit: mi.com

ราคาวันนี้ - Lazada ราคาวันนี้ - Shopee

ความเร็วที่ทำได้สูงสุด: 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง | น้ำหนักที่รองรับได้สูงสุด: 120 กิโลกรัม | น้ำหนัก14.2 กิโลกรัม | ระยะทางสูงสุด: 55 กิโลเมตร | อายุการใช้งานแบตเตอรี่: มากถึง 600 รอบการชาร์จ

Xiaomi Mi Electric Scooter 4 เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมและเชื่อถือได้สำหรับผู้ใช้งานโดยทั่วไป สามารถวิ่งได้ไกลถึง 55 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สกู๊ตเตอร์มีน้ำหนักเบาเพียงแค่ 14.2 กิโลกรัมเท่านั้น และสามารถรองรับน้ำหนักได้สูงสุดมากถึง 100 กิโลกรัม นอกจากนี้ อายุการใช้งานแบตเตอรี่ยังยาวนานถึง 600 รอบการชาร์จอีกด้วย

ตัวสกู๊ตเตอร์ยังมีระบบเบรกคู่มาพร้อมกับดิสก์เบรกทั้งหน้าและหลังเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน อีกทั้งคุณยังสามารถขับขี่ได้ถึง 2 คน (หากน้ำหนักไม่เกินเกณฑ์) ทำให้เป็นสกู๊ตเตอร์รุ่นที่ทนทานและแข็งแร็งมาก ๆ อีกรุ่นหนึ่ง

เมื่อเทียบกับ Xiaomi Mi Electric Scooter 3 รุ่นก่อนแล้ว เห็นได้ว่า Xiaomi Mi Electric Scooter 4 รุ่นนี้สามารถวิ่งได้ในระยะทางที่ไกลกว่ามาก แต่ทั้งสองก็ทำความเร็วได้สูงสุดอยู่ที่ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเหมือนกัน แต่ทั้งนี้ Xiaomi Mi Electric Scooter 3 นั้นมีน้ำหนักเบากว่าเล็กน้อย โดยมีน้ำหนักเพียงแค่ 13.5 กิโลกรัม แต่รองรับน้ำหนักได้ไม่เกิน 100 กิโลกรัม นอกจากนี้ Xiaomi Mi Electric Scooter 4 ยังมีราคาถูกกว่าคู่แข่งบางรายอีกด้วย เช่น Ninebot F40

ข้อดี:

  • ราคาเอื้อมถึงได้
  • น้ำหนักเบา พกพาสะดวก
  • ระบบเบรกคู่เพิ่มความปลอดภัย

ข้อเสีย:

  • รองรับน้ำหนักได้จำกัด
  • อาจไม่เหมาะสำหรับการเดินทางไกล

 

2. Segway Ninebot F25

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot F25 สีเทา

Credit: segway.com

ราคาวันนี้ - Lazada ราคาวันนี้ - Shopee

ความเร็วที่ทำได้สูงสุด: 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง | น้ำหนักที่รองรับได้สูงสุด: 100 กิโลกรัม | น้ำหนัก14.5 กิโลกรัม | ระยะทางสูงสุด: 20 กิโลเมตร | อายุการใช้งานแบตเตอรี่: มากถึง 600 รอบการชาร์จ

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot F25 เป็นรุ่นที่ออกแบบมาได้อย่างสวยงามและทันสมัยที่เหมาะสำหรับผู้เดินทางในเมือง โดยสามารถวิ่งได้ไกลถึง 20 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตัวสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นนี้มีมอเตอร์ที่ทรงพลังและเบรกที่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ง่ายต่อการขับขี่บนท้องถนนในเมืองที่พลุกพล่าน มาพร้อมกับน้ำหนัก 14.5 กิโลกรัม และรองรับน้ำหนักได้สูงสุด 100 กิโลกรัม

เมื่อเปรียบเทียบกับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นอื่น ๆ ในช่วงราคาเดียวกัน Ninebot F25 มีการออกแบบมาด้วยน้ำหนักที่เบาและรูปทรงกะทัดรัด จึงทำให้ง่ายต่อการพกพาและจัดเก็บเมื่อไม่ใช้งาน ตัวอย่างเช่น Xiaomi Mi Electric Scooter 3 ซึ่งเป็นรุ่นที่มีราคาใกล้เคียงกันมีน้ำหนักอยู่ที่ 13 กิโลกรัม แต่ Ninebot F25 มีน้ำหนักเพียง 12.5 กิโลกรัม ส่วนของแฮนด์จับที่สามารถปรับระดับได้ยังช่วยมอบประสบการณ์ในการขับขี่ที่สะดวกสบาย และตัวสกู๊ตเตอร์มีการออกแบบให้สามารถพับได้อย่างสะดวกซึ่งทำให้ง่ายต่อการขนส่งหรือจัดเก็บในพื้นที่ขนาดเล็ก

ในส่วนของประสิทธิภาพ Ninebot F25 มีมอเตอร์ที่ทรงพลังที่สามารถขับขี่ในพื้นที่เนินเขาและสภาพพื้นผิวที่ขรุขระได้อย่างง่ายดาย มีดรัมเบรกที่ตอบสนองต่อการหยุดที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ มียางแบบเติมลมขนาดใหญ่ที่สามารถขับเคลื่อนได้อย่างราบรื่นและสะดวกสบายแม้จะวิ่งอยู่บนถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ เมื่อเปรียบเทียบกับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Lulae L6 ซึ่งเป็นตัวเลือกสำหรับประหยัดงบประมาณ จะเห็นได้ว่า Ninebot F25 นั้นนับว่ามีมอเตอร์ที่ทรงพลังกว่าและมีระบบเบรกที่ดีกว่า

เมื่อเปรียบเทียบกับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแบรนด์อื่น เห็นได้ว่า Ninebot F25 ประกอบไปด้วยคุณสมบัติขั้นสูงมากมายที่ทำให้กลายเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งสำหรับแบรนด์อื่น ๆ ทั้งจอแสดงผล LED แสดงข้อมูลสำคัญ เช่น ความเร็วและแบตเตอรี่ และสามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน Ninebot เพื่อติดตามข้อมูลสำคัญได้ นอกจากนี้ Ninebot F25 ยังมาในราคาย่อมเยาเมื่อเทียบกับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์อื่น ๆ ในท้องตลาดแล้ว อย่างเช่น Segway Ninebot MAX G30LP ซึ่งสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ใกล้เคียงกัน แต่กลับมีราคาสูงกว่ามาก

ข้อดี:

  • ออกแบบมาด้วยน้ำหนักที่เบาและกะทัดรัดเพื่อให้ง่ายต่อการพกพาและจัดเก็บ
  • แฮนด์จับแบบปรับระดับได้ช่วยมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุด
  • ดีไซน์การพับเก็บสะดวกเพื่อให้ง่ายต่อการขนส่งและจัดเก็บ
  • จอแสดงผล LED สำหรับติดตามความเร็วและแบตเตอรี่

ข้อเสีย:

  • วิ่งในระยะทางค่อนข้างสั้นอยู่ที่ 20 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
  • ความเร็วสูงสุดต่ำกว่าบางรุ่นในท้องตลาด

 

3. Xiaomi Mi Electric Scooter 3

Xiaomi Mi Electric Scooter 3 สีดำและสีเทา

Credi: mi.com

ราคาวันนี้ - Lazada ราคาวันนี้ - Shopee

ความเร็วที่ทำได้สูงสุด: 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง | น้ำหนักที่รองรับได้สูงสุด: 100 กิโลกรัม | น้ำหนัก13.5 กิโลกรัม | ระยะทางสูงสุด: 20-25 กิโลเมตร | อายุการใช้งานแบตเตอรี่: มากถึง 600 รอบการชาร์จ

Xiaomi Mi Electric Scooter 3 เป็นสกู๊ตเตอร์รุ่นอัปเกรดจาก Xiaomi Mi Electric Scooter 2 ซึ่งเป็นรุ่นยอดนิยมของทางแบรนด์ โดยรุ่นนี้สามารถวิ่งในระยะทางสูงสุดได้มากถึง 30 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตัวสกู๊ตเตอร์มีมอเตอร์ที่ทรงพลังและเบรกที่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว จึงทำให้ง่ายต่อการใช้งานบนถนนในเมืองที่พลุกพล่าน มาพร้อมกับน้ำหนัก 13.5 กิโลกรัม และสามารถรองรับน้ำหนักได้สูงสุดมากถึง 100 กิโลกรัม และมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานถึง 600 รอบการชาร์จ

เมื่อเทียบกับ Mi Scooter 2 รุ่นก่อนแล้ว เห็นได้ว่า Mi Scooter 3 สามารถวิ่งในระยะทางที่ไกลกว่าและทำความเร็วสูงสุดได้ดีกว่า นอกจากนี้ยังมีมอเตอร์และเบรกที่ตอบสนองที่ดีขึ้นกว่าเดิม ทำให้บังคับทิศทางได้ง่ายขึ้นในบริเวณที่มีผู้คนพลุกพล่าน อย่างไรก็ตาม Mi Scooter 2 มีราคาย่อมเยากว่าเล็กน้อยและสามารถรองรับน้ำหนักได้ไม่เกิน 100 กิโลกรัม ซึ่งใกล้เคียงกันกับรุ่นนี้

ข้อดี:

  • ดีไซน์สวยเก๋และทันสมัย
  • ชาร์จได้อย่างรวดเร็ว
  • ทำความเร็วและระยะทางได้ดี

ข้อเสีย:

  • รองรับน้ำหนักได้จำกัด
  • อาจไม่เหมาะกับสภาพพื้นผิวที่ขรุขระ

 

4. Ninebot Zing C10 Kids

Ninebot Zing C10 Kids สีขาว

Credit: eu-en.segway.com

ราคาวันนี้ - Lazada ราคาวันนี้ - Shopee

ความเร็วที่ทำได้สูงสุด: 18 กิโลเมตรต่อชั่วโมง | น้ำหนักที่รองรับได้สูงสุด: 50 กิโลกรัม | น้ำหนัก7.9 กิโลกรัม | ระยะทางสูงสุด: 10 กิโลเมตร | อายุการใช้งานแบตเตอรี่: มากถึง 200 รอบการชาร์จ

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot C10 Kids ได้รับการออกแบบมาให้เด็ก ๆ ใช้งานโดยเฉพาะ ด้วยการออกแบบให้มีน้ำหนักเบาและรูปทรงกะทัดรัดที่เด็ก ๆ สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย โดยสามารถวิ่งได้ไกลถึง 10 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตัวสกู๊ตเตอร์มีดีไซน์ที่มีสีสันน่าสนุกสนาน และมีน้ำหนักเพียง 7.9 กิโลกรัมเท่านั้น จึงทำให้เด็ก ๆ สามารถพกพาไปใช้งานได้ง่าย รองรับน้ำหนักได้สูงสุด 50 กิโลกรัม และมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานถึง 200 รอบการชาร์จ

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot C10 Kids มีไฟ LED ติดตั้งอยู่ด้านใต้ของตัวสกู๊ตเตอร์ ซึ่งไฟรอบข้างนี้สามารถปรับแต่งเพื่อแสดงสีสันและลวดลายต่าง ๆ ได้ตามต้องการผ่านแอปพลิเคชัน Ninebot Kids โดยสามารถแสดงสีสันต่าง ๆ ได้มากถึง 8 สีด้วยกัน ได้แก่ น้ำเงิน เขียว เหลือง ส้ม ชมพู ม่วง ขาว และแดง นอกจากนี้ยังสามารถแสดงลวดลายหรือรูปแบบของไฟได้ เช่น กะพริบ ขยับเป็นจังหวะ และสีทึบ เป็นต้น

เมื่อเปรียบเทียบกับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นอื่น ๆ ที่ออกแบบมาสำหรับเด็กอย่างเช่น Razor E100 แล้ว เห็นได้ว่า Ninebot C10 Kids สามารถทำระยะทางได้ไกลกว่าและมีน้ำหนักเบากว่า อีกทั้งยังมีดีไซน์ที่มีสีสันสดใสและสนุกสนาน มาพร้อมกับลำโพง Bluetooth ในตัวที่สามารถเล่นเพลงหรือหนังสือเสียงได้ แต่ข้อจำกัดคือทำความเร็วสูงสุดได้ต่ำและอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่สั้นกว่าสกู๊ตเตอร์บางรุ่น

ข้อดี:

  • ออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบาและพกพาสะดวก
  • สีสันสดใสและน่าสนุกสนานที่เหมาะสำหรับเด็ก
  • ระยะทางและความเร็วเหมาะสำหรับเด็ก
  • มีระบบกันน้ำ IPX4

ข้อเสีย:

  • ราคาสูงเล็กน้อยสำหรับผู้เริ่มต้น

 

5. Ninebot D18W

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot D18W สีดำ

Credit: segway.com

ราคาวันนี้ - Lazada ราคาวันนี้ - Shopee

ความเร็วสูงสุด: 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ระยะทางในการขับขี่: 18 กิโลเมตร

Ninebot D18W คือรุ่นที่ประหยัดกว่าเมื่อเทียบกันระหว่าง Segway-Ninebot 2 รุ่นล่าสุดที่ MONOWHEEL เปิดตัวมา เพราะว่ามันมีระยะทางในการขับขี่สูงสุดและความเร็วที่ต่ำกว่าอีกรุ่นเล็กน้อย ทั้งยังเป็นรุ่นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ถูกที่สุดตั้งแต่ Segway-Ninebot เคยมีมา

กำลังมอเตอร์ของรุ่นนี้ไม่ได้สูงเท่า D38U เพราะ D18W มีกำลังมอเตอร์อยู่ที่ 500 วัตต์ ทำให้ความเร็วสูงสุดและระยะทางวิ่งไม่เทียบเท่ากับ D38U แต่เมื่อเทียบกับราคาแล้วความคุ้มค่าไม่ได้ด้อยลงเลย ในเรื่องของความเร็วในการขับขี่ไม่ได้ต่างกันมากนัก D18W วิ่งได้เร็วสูงสุดที่ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งจริง ๆ แล้วถือเป็นรุ่นที่ดีสำหรับผู้ที่พึ่งเริ่มต้นหัดขับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า

ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดคงจะเป็นเรื่องของระยะทางในการขับขี่สูงสุดที่รุ่นนี้ขับได้ไกลเพียง 18 กิโลเมตรหลังการชาร์จ 1 ครั้ง แต่รุ่น D38U วิ่งได้ไกลถึง 38 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องเก็บมาพิจารณาสำหรับคนที่จะใช้สกู๊ตเตอร์ขี่ทางไกล

แต่ถ้าเป็นการใช้งานในชีวิตประจำวันที่ไม่ได้อิงเรื่องระยะทางขับขี่มาก อย่างเช่น ฝึกขับ ขับเล่นสนุก ๆ หรือขับไปจ่ายตลาด รุ่นนี้ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีมาก ๆ ตัวนึง เพราะมันมีคุณสมบัติพรีเมียมครบถ้วนจนแทบไม่ต่างกับรุ่น D38U อย่างระบบกันน้ำ IPX 5 ที่ตัวเครื่อง และ IPX7 ที่แบตเตอรี่ ซึ่งปกติจะมีแต่ในรุ่นพรีเมียมเท่านั้น และที่สำคัญคือมันมาพร้อมกับราคาที่เป็นมิตร

อีกอย่างคือรุ่นนี้รองรับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 100 กิโลกรัม มีระบบเบรกอัจฉริยะ และโหมดการขับขี่ถึง 3 โหมด (ECO/Standard/Sport)  ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าซื้อให้กับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นนี้เข้าไปอีก

นอกจากนี้ D18W ยังมีฟีเจอร์เฉพาะรุ่นที่ D18W ไม่มีอีกด้วย นั่นคือโหมด Walk Mode นั่นเอง ซึ่งเป็นโหมดสำหรับใครที่ต้องการเข็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าขึ้นเนินหรือทางชัน โหมดนี้จะช่วยส่งแรงวิ่งออกมา (ความเร็วสูงสุด 5 กม/ชม.) ทำให้เราเข็นได้อย่างสบายมากยิ่งขึ้น ทั้งยังมีระบบ regenerative braking ปั่นไฟขณะเบรก

คุณสมบัติพิเศษ

  • รองรับน้ำหนักได้สูงสุด 100 กิโลกรัม
  • ระบบเบรกอัจฉริยะ
  • ระบบกันน้ำ IPX5
  • Walk Mode

 

6. Segway Ninebot F40

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot F40 สีดำ

Credit: segway.com

ราคาวันนี้ - Lazada ราคาวันนี้ - Shopee

ความเร็วที่ทำได้สูงสุด: 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง | น้ำหนักที่รองรับได้สูงสุด: 120 กิโลกรัม | น้ำหนัก26.7 กิโลกรัม | ระยะทางสูงสุด: 40 กิโลเมตร | อายุการใช้งานแบตเตอรี่: มากถึง 600 รอบการชาร์จ

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot F40 เป็นรุ่นที่มีประสิทธิภาพสูง โดยมีคุณสมบัติและความสามารถขั้นสูงมากมาย สามารถทำความเร็วได้สูงสุด 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จึงกลายเป็นหนึ่งในสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่วิ่งได้เร็วที่สุดในท้องตลาด อีกทั้งยังสามารถวิ่งได้ระยะทางไกลถึง 40 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง จึงทำให้เหมาะสำหรับการเดินทางและการผจญภัยที่ยาวนานขึ้น

Ninebot F40 มีมอเตอร์อันทรงพลังที่สามารถวิ่งบนเส้นทางที่เป็นเนินสูงชันและสภาพพื้นผิวที่ขรุขระได้อย่างง่ายดาย ตัวสกู๊ตเตอร์ยังมีดรัมเบรกที่ตอบสนองได้เป็นอย่างดี ซึ่งช่วยให้หยุดรถได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ นับว่าเป็นการเพิ่มความปลอดภัยและการควบคุมในขณะใช้งานที่ง่ายมากขึ้น นอกจากนี้ยังมียางแบบเติมลมขนาดใหญ่ที่ทำให้การขับขี่เป็นไปอย่างสะดวกสบายและราบรื่นแม้จะวิ่งอยู่บนถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อก็ตาม

นอกจากประสิทธิภาพที่น่าประทับใจดังกล่าวแล้ว Ninebot F40 ยังมีคุณสมบัติขั้นสูงมากมายที่ทำให้โดดเด่นจากสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นอื่น เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ช่วยให้สกู๊ตเตอร์สามารถรักษาความเร็วคงที่ได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้คันเร่งอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้การขับขี่ทางไกลสะดวกสบายยิ่งขึ้น สกู๊ตเตอร์ยังสามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน Ninebot ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถติดตามความเร็ว ระดับแบตเตอรี่ และข้อมูลสำคัญอื่น ๆ ได้อีกด้วย

โดยรวมแล้ว Ninebot F40 นับว่าเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ยอดเยี่ยมที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพที่เหนือชั้นและคุณสมบัติขั้นสูงมากมาย หากคุณเป็นนักขี่ตัวยงที่ต้องการสกู๊ตเตอร์ที่ดีที่สุด Ninebot F40 ก็เป็นรุ่นที่คุ้มค่าที่ควรพิจารณาอย่างแน่นอน

ข้อดี:

  • มอเตอร์ทรงพลัง เหมาะสำหรับการใช้ในทางลาดชันและขรุขระ
  • ดรัมเบรกตอบสนองได้ดี ทำให้หยุดรถได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
  • ยางแบบเติมลมขนาดใหญ่ขับขี่ได้อย่างสบายและนิ่มนวล
  • สามารถเชื่อมต่อแอปพลิเคชันเพื่อติดตามข้อมูลสำคัญได้

ข้อเสีย:

  • ราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นอื่น ๆ ในท้องตลาด
  • มีน้ำหนักมากกว่าบางรุ่น โดยมีน้ำหนักอยู่ที่ 26.7 กิโลกรัม
  • เครื่องยนต์อาจแรงเกินไปสำหรับผู้เริ่มต้นหรือผู้ขับขี่ทั่วไป

 

7. SEALUP XLP-Q9

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า SEALUP XLP-Q9 สีดำ

Credit: shopee.co.th

ราคาวันนี้ - Lazada ราคาวันนี้ - Shopee

ความเร็วสูงสุด: 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ระยะทางในการขับขี่: 45 กิโลเมตร

มินิสกู๊ตเตอร์รุ่นคุ้มค่า คุ้มราคา มาพร้อมกับคุณสมบัติในการกันน้ำ ช่วยให้คุณลุยสมบุกสมบันไปได้ในทุก ๆ ที่ ล้อยางขนาด 8 นิ้ว ใช้วัสดุจากแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับว่าคุณภาพยอดเยี่ยมระดับโลก ระบบการเบรกเป็นแบบดรัมเบรก เบรกไฟฟ้า E-ABS ที่เป็นเบรกรถระบบคู่ ช่วยให้สามารถเบรกได้อย่างราบรื่นในกรณีฉุกเฉิน เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่

มินิสกู๊ตเตอร์รุ่นนี้สามารถปรับระดับความเร็วได้ 3 เกียร์ มีระบบไฟ LED รอบคัน ทั้งไฟหน้า ไฟท้าย และไฟเบรก แต่ใช้พลังงานแบตเตอรี่ต่ำ ไม่กินไฟ ที่ตัวแฮนด์จับ และบาะนั้งสามารถพับได้อย่างรวดเร็ว สะดวกต่อการพกพา มีระบบ Cruise control ช่วยควบคุมความเร็วคงที่แบบอัตโนมัติ โดยไม่ต้องกดคันเร่งค้างไว้ตลอด ช่วยอำนวยความสะดวกขณะขับขี่ เป็นรุ่นที่ทางเราแนะนำสำหรับผู้ขับขี่วัยหนุ่มสาว หรือผู้ขับขี่สกู๊ตเตอร์มือใหม่

คุณสมบัติพิเศษ

  • กันน้ำ กันฝุ่น แข็งแรงทนทาน
  • เบรกคุณภาพสุดยอดเยี่ยม
  • สามารถพับได้ สะดวกต่อการพกพา

 

8. Mi Electric Scooter Pro 2

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Mi Electric Scooter Pro 2 สีดำ

Credit: mi.com

ราคาวันนี้ - Lazada ราคาวันนี้ - Shopee

รุ่นยอดเยี่ยม: สำหรับผู้ใหญ่

น้ำหนัก: 14.2 กก. | ระยะทางสูงสุด: 45 กม./ชม. | เวลาในการชาร์จ: 8.5 ชั่วโมง | กำลังไฟ: 300W | ล้อ: ยางลม 8.5 นิ้ว

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมของ Xiaomi รุ่นนี้ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ที่แรงกว่ารุ่นคู่หูอย่าง Xiaomi Mi 1S ที่มีราคาเท่ากันอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้เมื่อเทียบกัน Xiaomi Mi pro 2 ที่มีมอเตอร์แรงกว่ากลับไม่ได้ทำให้ความเร็วสูงสุดเพิ่มมากขึ้น แต่จะเป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพการขึ้นเนินให้ดีขึ้น และทำให้รุ่นนี้เหมาะสมกับผู้ขับขี่ที่มีน้ำหนักตัวมาก

Xiaomi Mi Pro 2 มีขนาดใหญ่กว่ารุ่น Xiaomi Mi 1S ซึ่งมีขนาดกะทัดรัดกว่ามาก จึงทำให้สกู๊ตเตอร์รุ่นนี้พกพาไม่ค่อยสะดวก แต่จะมีความเสถียรมากกว่ามากเวลาขับขี่ เพราะสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็กอาจทำให้รู้สึกส่ายไปมาระหว่างขับขี่ แต่ด้วยระยะฐานล้อที่ยาวขึ้นของรุ่นนี้ทำให้สามารถควบคุมการทรงตัวได้ดีขึ้น แม้จะเข้าโค้งที่แคบด้วยความเร็วต่ำ ฐานวางเท้าที่ใหญ่ขึ้นนี้ยังทำให้มีพื้นที่สำหรับเก็บแบตเตอรี่มากขึ้นด้วย นั่นทำให้ระยะทางที่วิ่งได้ของรุ่นนี้เป็นที่น่าพอใจอย่างมาก

ข้อดี

  • เฟรมน้ำหนักเบา
  • ความเร็วสูงสุด 45 กม./ชม
  • เวลาชาร์จเร็ว

 

9. Ninebot D38U

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot D38U สีดำและสีแดง

Credit: segway.com

ราคาวันนี้ - Lazada ราคาวันนี้ - Shopee

ความเร็วสูงสุด: 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ระยะทางในการขับขี่: 38 กิโลเมตร

Ninebot D38U จัดว่าเป็นหนึ่งในรุ่นโปรดที่สุดของเรา ณ เวลานี้ มันคล้ายกันกับรุ่น D18W แต่มีความพรีเมียมกว่าด้วยมอเตอร์กำลังสูงสุดถึง 700 วัตต์ – ทำให้ความเร็วสูงสุดเพิ่มเป็น 30 กม./ชม. และวิ่งได้ไกลขึ้นถึง 20 กิโลเมตร (ระยะทางที่วิ่งได้ไกลสุดอยู่ที่ 38 กิโลเมตร) ที่สำคัญคือเราชอบดีไซน์สีแดงดำที่มาใหม่ล่าสุดมาก ๆ

แน่นอนว่ารุ่นนี้อาจจะความเร็วสูงสุดและระยะทางไม่ได้เทียบเท่ากับ Sealup ที่เราพูดถึงในบทความนี้เล็กน้อย แต่ก็เป็นเพราะว่านี่ไม่ใช่รุ่นนั่งขับด้วย เป็นรุ่นยืนขับแบบที่เราคุ้นชินกัน ซึ่งแลกมาด้วยน้ำหนักเบาที่เบา เพราะมีชิ้นส่วนน้อยกว่า ทำให้คล่องตัวกว่าเมื่อเทียบกับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแบบนั่งขับที่จะมีความเร็วสูงสุดและระยะทางในการขับขี่สูงสุดที่สูงกว่า นอกจากนี้ D38U ยังสามารถพับเก็บและพกพาติดรถเราไปได้ทุกที่อีกด้วย

ในเรื่องของราคาก็ถือว่าเหมาะสมกับประสิทธิภาพที่ได้รับ แถมยังมีคุณสมบัติกันน้ำระดับพรีเมียมอย่าง IPX5 ที่ตัวเครื่อง และ IPX7 ที่แบตเตอรี่ ทำให้ปลอดภัยเมื่อต้องขับลุยน้ำขังหรือขับในขณะที่ฝนปรอย และยังมีระบบเบรกแบบผสมผสานที่ช่วยให้คุณควบคุมความเร็วได้อย่างเต็มที่และเลือกโหมดการขับขี่ได้ 3 โหมดด้วยกันคือ –  eco, standard และ sport – ซึ่งจะช่วยให้การขับขี่ของคุณคล่องตัวและเหมาะสมกับแต่ละสภาพแวดล้อม

สำหรับรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับโหมด Cruise Control โดยโหมดนี้เป็นโหมดที่จะคงความเร็วไว้โดยไม่ต้องกดคันเร่งค้าง เพียงแค่เราเร่งความเร็วให้คงที่ค้างไว้ประมาณ 5 วินาที ตัวเครื่องจะดัง ตึ๊ด แล้ว Cruise Control จะทำงานทันที เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องขับขี่ระยะไกล จะได้ไม่ต้องคอยกดคันเร่งค้างไว้ตลอดเวลา ทำให้สบายขึ้นเยอะมาก ทั้งยังมีระบบ regenerative braking ปั่นไฟขณะเบรก

นี่คือหนึ่งในสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแบบยืนขับที่วิ่งเร็วที่สุดในบทความของเรา เพราะฉะนั้นก่อนซื้อรุ่นที่วิ่งเร็วแบบนี้ควรคิดให้ดีและแน่ใจก่อนว่าคุณเคยขี่สกู๊ตเตอร์มาก่อนหน้านี้บ้างแล้ว

คุณสมบัติพิเศษ

  • รับน้ำหนักได้ถึง 120 กิโลกรัม
  • ใช้ทั้งระบบ Electric Brake (เบรกไฟฟ้า) และ Drum Brake (ดรัมเบรก) ทำให้ทรงตัวได้ดีขึ้น
  • ระบบกันน้ำ IPX5
  • Cruise Control

 

10. HX-X8 Max E-Scooter

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่น HX-X8 Max สีดำ

Credit: hxescooter.com

ราคาวันนี้ - Lazada ราคาวันนี้ - Shopee

ความเร็วสูงสุด: 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ระยะทางในการขับขี่: 40 กิโลเมตร

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่มาพร้อมกับคุณสมบัติในการกันน้ำ กันฝน กันฝุ่น สามารถพับเก็บได้ในขั้นตอนเดียว มอบความสะดวสบายในการพกพาออกไปใช้นอกสถานที่หรือการพกพาขึ้นรถไฟฟ้า ใช้เวลาในการชาร์จไม่นาน เพียงแค่ 5 ชั่วโมงก็สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า HX-X8 รุ่นนี้ มาพร้อมกับดีไซน์สุดเก๋ไม่เหมือนใคร ผสมผสานความโมเดิร์นและความเรียบง่ายไม้อย่างลงตัว เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ช่วยให้คุณใช้ชีวิตได้สะดวกง่ายดายมากยิ่งขึ้น

คุณสมบัติพิเศษ

  • มีคุณสมบัติกันน้ำ กันฝน กันฝุ่น
  • ใช้เวลาชาร์จไม่นาน เพียงแค่ 5 ชั่วโมง
  • ดีไซน์สวย ออกแบบมาเป็นอย่างดี

 

11. Segway Ninebot E25A

Segway Ninebot E25a

ราคาวันนี้ - Lazada ราคาวันนี้ - Shopee

ความเร็วสูงสุด: 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ระยะทางในการขับขี่: 35 กิโลเมตร

รถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่มาพร้อมกับดีไซน์สุดล้ำนำสมัย สามารถทำความเร็วได้สูงสุด 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้เวลาชาร์จไม่นาน เพียง 3.5 ชั่วโมง มีโช้กหน้าและหลังเพื่อรองรับการกระแทกขณะทำการขับขี่ มีแอปพลิเคชันรองรับการใช้งานผ่านสมาร์ทโฟน มาพร้อมกับระบบล็อคกันขโมยและการควบคุมผ่านนิ้วมือ มีหน้าจอ LCD ที่ช่วยให้การควบคุมการใช้งานสะดวกง่ายดายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีไฟเบรกและไฟหน้า เพื่อความสะดวกในการใช้งานตอนกลางคืนอีกด้วย

ข้อดี

  • มีระบบล็อคกันขโมย
  • ใช้เวลาชาร์จเพียงไม่นาน
  • มีแอปพลิเคชันที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้

 

12. INMOTION L8F E-Scooter

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า INMOTION L8F สีดำ

Credit: inmotion.com

ราคาวันนี้ - Lazada ราคาวันนี้ - Shopee

ความเร็วสูงสุด: 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ระยะทางในการขับขี่: 35 กิโลเมตร

ผลิตจากอลูมิเนียมอัลลอยคุณภาพสูง เกรดวัสดุผลิตเครื่องบิน จึงทำให้มีน้ำหนักเบา แข็งแรงทนทาน ไร้สนิม อีกทั้งยังสามารถพับเก็บได้ง่ายภายใน 1 วินาที สะดวกสบายในการพกพาด้วยล้อลากและด้ามจับสำหรับลากโดยเฉพาะ สามารถวิ่งได้ไกลมากถึง 35 กิโลเมตรต่อ 1 ชาร์จ รองรับการขับขี่บนพื้นผิวขรุขระได้เป็นอย่างดี เพราะมีโช้กทั้งหน้าและหลัง เพื่อความสะดวกสบายทุกการเดินทาง ไม่ว่าพื้นผิวจะราบเรียบหรือขรุขระแค่ไหน ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความนุ่มสบาย ราบรื่น ขณะขับขี่

ข้อดี

  • มีระบบเบรกไฟฟ้า
  • มีล้อสำรอง
  • ระบบควบคุมต่าง ๆ สามารถใช้งานได้ง่าย

 

13. SEALUP XLP-Q18 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าออฟโร้ด

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า SEALUP XLP-Q20 สีแดงและดำ

Credit: lazada.co.th

ราคาวันนี้ - Lazada ราคาวันนี้ - Shopee

ความเร็วสูงสุด: 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ระยะทางในการขับขี่: 40 กิโลเมตร

สำหรับสกู๊ตเตอร์รุ่นนี้นั้น เราแนะนำสำหรับผู้ที่เคยมีประสบการณ์การขี่สกู๊ตเตอร์มาบ้างแล้ว เพราะสามารถทำความเร็วได้ค่อนข้างมาก ตัวยางเป็นแบบสุญญากาศ หนา 1 นิ้ว กันระเบิด ไม่มียางใน เพิ่มความมั่นใจในความปลอดภัยได้อีกขั้น มีไฟ LED รอบคัน แต่ไม่กินไฟจากแบตเตอรี่มากนัก เป็นจักรยานสกู๊ตเตอร์อีกหนึ่งรุ่นที่สามารถพับได้ ทำให้สะดวกต่อการพกพา อีกทั้งยังมีคุณสมบัติในการกันน้ำ กันฝุ่น แข็งแรงทนทาน เหมาะกับทุกกิจกรรมสุดลุย

ดิสก์เบรกของสกู๊ตเตอร์รุ่นนี้เป็นแบบดิสก์ล้อหน้าและล้อหลัง เป็นเบรกระบบไฟฟ้า E-ABS ที่สามารถป้องกันล้อล็อกเมื่อกดเบรกกะทันหัน อีกทั้งยังสามารถเบรกได้อย่างมีประสิทธิภาพและตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดระยะเบรกให้สั้นลง เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ได้อย่างไร้กังวล มีการติดตั้งระบบกันขโมย ฟังก์ชั่นครบครัน จึงเป็นอีกหนึ่งสกู๊ตเตอร์ที่คุณจะพกพามันไปในทุก ๆ ที่ ที่คุณต้องการ

คุณสมบัติพิเศษ

  • ยางล้อสุญญากาศ กันระเบิด เพิ่มความปลอดภัย
  • ระบบเบรกคุณภาพยอดเยี่ยม
  • สามารถพับได้ มีสัญญาณกันขโมย

 

14. Segway Ninebot ES4 Electric KickScooter

Segway Ninebot Es4

ราคาวันนี้ - Lazada ราคาวันนี้ - Shopee

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับ 1 ในทุกสภาพอากาศ

ความเร็วสูงสุด: 25 กม./ชม. | ระยะทางสูงสุด: 25 กม. | น้ำหนัก: 14 กก. | การพับ: รองรับ

ผู้เชี่ยวชาญของ Segway รู้ดีเรื่องการเดินทางด้วยพาหนะ 2 ล้อ และได้นำเอาประสบการณ์ที่สั่งสมมามาสร้างสุดยอดสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ดีที่สุดในราคาที่เป็นมิตรสุด ๆ

Segway-Ninebot ES4 Electric KickScooter ขับขี่ได้ระยะทางสูงสุด 25 กม. ด้วยความเร็วสูงสุด 25 กม./ชม. ทำให้เป็นหนึ่งในสกู๊ตเตอร์ที่วิ่งได้เร็วที่สุดในกลุ่มราคาเดียวกัน

ฐานวางเท้ามีขนาดกว้างพอสมควร พร้อมพื้นผิวกันลื่นเพื่อให้วางเท้าได้ปลอดภัยยิ่งขึ้นในวันที่มีอากาศชื้น แถมระบบเบรกก็ช่วยให้ปลอดภัยมากขึ้นเช่นกัน ด้วยเบรกหน้าแบบใช้ไฟฟ้าที่จะช่วยชะลอความเร็วลงอย่างช้า ๆ และเบรกบังโคลนสำหรับป้องกันการกระแทกที่เกิดจากการเบรกที่กะทันหัน

ด้วยการเพิ่มไฟท้ายและแบตเตอรี่เสริมภายนอก ทำให้มันเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ออกแบบมาอย่างสมบูรณ์แบบและใช้งานได้จริง สามารถพาคุณไปถึงที่หมายได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

จุดเด่น

  • ราคามิตรมากสำหรับแบรนด์ Segway
  • คุณสมบัติด้านความปลอดภัยที่ยอดเยี่ยม
  • ระยะทางสูงสุด 25 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

จุดด้อย

  • ปรับความสูงแฮนด์ไม่ได้

 

15. Lulae L6 Electric Scooter

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Lulae L6 ขนาดเล็กพร้อมตะกร้า

Credit: lazada.co.th

ราคาวันนี้ - Lazada ราคาวันนี้ - Shopee

ความเร็วที่ทำได้สูงสุด: 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง | น้ำหนักที่รองรับได้สูงสุด: 100 กิโลกรัม | น้ำหนัก24 กิโลกรัม | ระยะทางสูงสุด: 25-30 กิโลเมตร | อายุการใช้งานแบตเตอรี่: มากถึง 800 รอบการชาร์จ

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Lulae L6 ถือว่าเป็นตัวเลือกราคาประหยัดสำหรับผู้ที่มีงบจำกัด โดยรุ่นนี้สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและวิ่งได้ไกลสูงสุด 30 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง แต่ข้อด้อยคือมีน้ำหนักมากกว่าบางรุ่น โดยมีน้ำหนักอยู่ที่ 24 กิโลกรัม ซึ่งอาจทำให้พกพาไปไหนมาไหนได้ลำบาก

แม้ว่า Lulae L6 จะมาในราคาที่คุ้มค่า แต่คุณภาพของผลิตภัณฑ์นั้นกลับไม่ดีเท่ากับบางรุ่นอย่างเช่น Xiaomi และ Ninebot แต่ทั้งนี้เรายังแนะนำ Lulae L6 ให้เป็นตัวเลือกราคาประหยัดสำหรับผู้ที่มีงบไม่เกิน 5,000 บาท เนื่องจากสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นนี้สามารถทำความเร็วสูงสุดและวิ่งในระยะทางสูงสุดได้อย่างเหมาะสมในราคาที่จับต้องได้ แต่หากคุณยินดีที่จะจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อซื้อสกู๊ตเตอร์คุณภาพที่ดีกว่า เราขอแนะนำให้มองหารุ่นอื่น ๆ จะดีกว่า

ข้อดี:

  • ระยะทางและความเร็วเหมาะสำหรับการเดินทางในระยะสั้น
  • มอเตอร์ทรงพลังมาพร้อมกับโครงที่แข็งแรงทนทานเหมาะสำหรับสภาพพื้นผิวที่ขรุขระ
  • คุณภาพเหมาะสมกับราคา
  • ตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มีงบต่ำกว่า 5,000 บาท

ข้อเสีย:

  • หนักและพกพายากกว่ารุ่นอื่น ๆ
  • คุณภาพของผลิตภัณฑ์ด้อยกว่ารุ่นอื่นเล็กน้อย

 

เรื่องน่ารู้ก่อนซื้อสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามาใช้

ชายและหญิงขี่สกูตเตอร์ไฟฟ้าข้างนอก

 

หลาย ๆ ครั้ง เราไม่อาจเชื่อคำแนะนำของผู้ขายได้ 100% เพราะแน่นอนว่าผู้ขายย่อมต้องการขายสินค้าให้ได้มากที่สุด จนละเลยคำแนะนำสินค้าที่เหมาะสมกับผู้ใช้อย่างแท้จริง ดังนั้น ก่อนที่จะควักกระเป๋าสตางค์เพื่อจ่ายเงินซื้อสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสักคัน เรามาดูกันดีกว่า ว่าต้องพิจารณาปัจจัยใดบ้าง

น้ำหนักคือปัจจัยสำคัญ

น้ำหนักเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสะดวกสะบายในการพกพา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานด้วยเช่นเดียวกัน เช่น การพกพาขึ้นรถเมล์ รถไฟฟ้า หรือการต้องหิ้วเดินในระยะทางไกล ๆ ควรจะพิจารณาสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่มีน้ำหนักน้อยลงหน่อย แต่หากใครที่ต้องการมีไว้เพื่อใช้ขับไปขี่ซื้อของ จ่ายตลาด หรือขี่เล่น ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องพิจารณาเรื่องน้ำหนักมากมายนักก็ได้

ระยะทางต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

ระยะทางในการใช้งาน ขึ้นอยู่กับความอึด ถึก ทน ของไฟฟ้าต่อการชาร์จ 1 ครั้ง สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในบางรุ่นสามารถถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มระยะทางในการเดินทาง แต่ต้องแลกมาด้วยการแบกแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นมาอีก 1 ก้อน

ขนาดและประเภทของล้อที่ใช้

ขนาดของล้อมีผลต่อการขับขี่เป็นอย่างมาก เช่น ส่งผลต่อความเร็วในการขับขี่ และความราบรื่นในการขับขี่ หากล้อเล็กจนเกินไปอาจทำให้สะดุดเนิน ลูกระนาด หรือพื้นที่ต่างระดับได้ อีกทั้งยังต้องพิจารณาจากชนิดของยาง ซึ่งส่วนใหญ่มักจะใช้ยางตัน ซึ่งมีข้อดีคือไม่ต้องห่วงเรื่องยางแตก อีกทั้งยังไม่ต้องห่วงเรื่องเติมลมยางอีกด้วย

พิจารณาจากตัวโช้ก

โช้กสำหรับใช้ในจักรยานประเภทนี้มี 2 อย่าง คือ Shock suspension และ Shock absorbsion โช้กนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องสำหคัญที่ใคร ๆ ต่างใส่ใจ แต่ขอบอกเลยว่าประสบการณ์ในการขับขี่ที่ดี จะขึ้นอยู่กับโช้ก 2 ตัวนี้ เพราะหากไม่มีโช้กจะทำให้การขับขี่ไม่ราบรื่น และอาจก่อให้เกิดการสะดุด สะเทือน ขับขี่ไม่สบายและไม่ปลอดภัย

แฮนด์พับได้หรือพับไม่ได้

อีกหนึ่งจุดที่ผู้ซื้อต้องพิจารณาเพื่อความสะดวกสบายในการพกพา การเลือกแฮนด์ที่สามารถพับได้ จะช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องของการพกพาเดินทางไปใช้ในสถานที่อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการพกเดินข้ามสะพานลอย ขึ้นรถเมล์ หรือรถไฟฟ้า เป็นต้น

ไฟหน้าและไฟท้าย สำหรับขับขี่ตอนกลางคืน

ก่อนซื้อควรพิจารณาเรื่องไฟหน้าและไฟท้าย เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ในช่วงเวลากลางคืน สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามักจะมีไฟหน้า-ท้ายแบบ LED ซึ่งอาจจะไม่ได้สว่างมากนัก แต่ก็สามารถให้ความสว่างได้ประมาณหนึ่ง ซึ่งสามารถช่วยให้ขับขี่ได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น

พับเก็บได้ง่าย หรือพับเก็บไม่ได้เลย

อีกหนึ่งปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนเลือกซื้อ เพราะสกู๊ตเตอร์บางรุ่นสามารถพับเก็บได้ ช่วยประหยัดพื้นที่ำสหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในห้องพักที่มีพื้นที่จำกัด แต่บางรุ่นก็ไม่สามารถพับเก็บได้ ซึ่งอาจจะเปลืองพื้นที่ในการจัดเก็บ

 

การดูแลแบตเตอรี่ให้สามารถใช้งานได้ยาวนาน

การดูแลแบตเตอรี่ให้สามารถใช้งานได้ยาวนาน

สำหรับการใช้งานสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้านั้น ส่วนที่สำคัญที่สุดคือการดูแลแบตเตอรี่ให้สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานมากยิ่งขึ้น แต่หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้จักการดูแลรักษาแบตเตอรี่มากพอ วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับการดูแลแบตเตอรี่มาฝาก รวมทั้งเกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับการใช้งานแบตเตอรี่ด้วยค่ะ

เลือกแบตเตอรี่ลิเธียม ดีที่สุด

การเลือกใช้แบตเตอรี่ลิเธียมนั้นดีกว่าการใช้งานแบตเตอรี่แบบตะกั่ว เพราะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า มีน้ำหนักน้อยกว่า ดูแลง่ายกว่า และสามารถชาร์จไฟได้เร็วกว่า ประโยชน์มากมายขนาดนี้ คงต้องเลือกใช้ตัวเลือกที่คุ้มค่ามากที่สุดนะคะ

ทำความเข้าใจอายุของแบตเตอรี่อย่างถี่ถ้วน

แน่นอนว่าแบตเตอรี่ของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าย่อมมีวันเสื่อมสภาพเหมือนกับแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือหรือแบตเตอรี่เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ โดยทั่ว ๆ ไปแล้ว แบตเตอรี่ของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามักมีอายุการใช้งานและวงจรชีวิตอยู่ที่ 300-500 รอบต่อการชาร์จ แล้วคุณจะทราบได้ว่าแบตเตอรี่ของคุณเสื่อมสภาพแล้วเมื่อความจุของแบตเตอรี่จะเริ่มลดลง หรือแบตเตอรี่หมดไวมากขึ้นนั่นเอง

ยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ด้วยเคล็ดลับนี้

ถึงแม้ว่าแบตเตอรี่จะมีการเสื่อมอายุ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่อย่างไรก็ตาม เรายังสามารถยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้ ดังนี้

  • เก็บสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไว้ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้ทั่วถึง และนำออกมาผึ่งแดดและโดนความร้อนบ้าง
  • เมื่อต้องเก็บไว้เป็นระยะเวลาที่ยาวนาน แนะนำให้ชาร์จไฟฟ้าเพียง 40% เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่
  • แนะนำให้ใช้สายชาร์จที่ได้มาพร้อมกับตัวสกู๊ตเตอร์ การใช้สายชาร์จจากแหล่งอื่น อาจทำให้แบตเตอรี่เกิดความเค้น และทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพได้ไวมากยิ่งขึ้น
  • อย่าใช้แบตเตอรี่จนหมดเกลี้ยง เพราะจะยิ่งกระตุ้นให้แบตเตอรี่เสื่อมไวมากกว่าเดิม

 

คำถามยอดนิยมเกี่ยวกับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า

เพื่อนผู้หญิง 2 คนขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าด้วยกันข้างนอก

ความเร็วสูงสุดที่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าทำได้ อยู่ที่เท่าไหร่?

ความเร็วสูงสุดของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแตกต่างกันไปตามรุ่นและผู้ผลิต โดยสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าบางรุ่นสามารถทำความเร็วได้สูงถึง 25 ไมล์ต่อชั่วโมง (40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ในขณะที่บางรุ่นอาจทำความเร็วสูงสุดได้ประมาณ 15 ไมล์ต่อชั่วโมง (24 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ดังนั้น ควรต้องตรวจสอบข้อมูลและสเปกของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่คุณสนใจเพื่อให้ทราบความเร็วสูงสุดที่รุ่นนั้นสามารถทำได้

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสามารถวิ่งได้ระยะทางเท่าไหร่ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง?

ระยะทางที่วิ่งได้ของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแตกต่างกันไปตามรุ่นและผู้ผลิต โดยสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าบางรุ่นสามารถวิ่งในระยะทางไกลได้ถึง 25 ไมล์ (40 กิโลเมตร) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ในขณะที่บางรุ่นอาจจะวิ่งได้เพียง 10 ไมล์ (16 กิโลเมตร) หรือน้อยกว่านั้น รวมทั้งระยะทางที่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสามารถวิ่งได้ก็มาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น น้ำหนักของผู้ขับขี่ สภาพภูมิประเทศ และความเร็วในการขี่สกู๊ตเตอร์ เป็นต้น

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าใช้เวลาในการชาร์จนานแค่ไหน?

ระยะเวลาในการชาร์จสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแตกต่างกันไปตามแบตเตอรี่และอุปกรณ์ในการชาร์จ โดยสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าส่วนใหญ่จะใช้เวลาราว 4-6 ชั่วโมงในการชาร์จจนเต็ม แม้ว่าบางรุ่นอาจจะใช้เวลานานกว่านั้น แต่สิ่งสำคัญคือต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตในการชาร์จสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเป็นอย่างดี เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาแบตเตอรี่เสียหายหรือเสื่อมสภาพไวกว่าที่ควรจะเป็น

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสามารถรองรับน้ำหนักได้มากแค่ไหน?

ความสามารถในการรองรับน้ำหนักของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแตกต่างกันไปตามรุ่นและผู้ผลิต โดยสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าส่วนใหญ่จะจำกัดน้ำหนักไว้ที่ประมาณ 100-120 กิโลกรัม แม้ว่าบางรุ่นอาจสามารถรองรับน้ำหนักมากกว่าหรือต่ำกว่าที่กำหนด ดังนั้น ดังนั้นควรตรวจสอบข้อมูลและสเปกของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่คุณสนใจเพื่อให้ทราบน้ำหนักที่รุ่นนั้นสามารถรองรับได้

การใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าถูกกฎหมายหรือไม่?

แม้ว่ากฎหมายเกี่ยวกับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในประเทศไทยจะยังไม่ชัดเจนมากนัก แต่ในทางเทคนิคแล้ว สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้บนถนนสาธารณะหรือทางเท้า เนื่องจากยังไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นรูปแบบการขนส่งที่ถูกกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีกฎหมายเฉพาะที่ห้ามใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าและหลายคนยังคงใช้งานเพื่อการเดินทางโดยส่วนตัวอยู่ ดังนั้นหากคุณถูกจับระหว่างขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าบนถนนสาธารณะหรือบนทางเท้า คุณอาจจะถูกปรับหรือได้รับโทษอื่น ๆ ได้เช่นกัน นอกจากนี้ เมืองและเขตเทศบาลบางแห่งในประเทศไทยได้ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในเขตพื้นที่นั้น ๆ โดยเฉพาะ ดังนั้นควรจะตรวจสอบกฎหมายและระเบียบข้อบังคับในพื้นที่ที่อาศัยอยู่ให้แน่ชัดก่อนจะใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า

ผู้ขับขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าต้องมีใบอนุญาตหรือใบขับขี่หรือไม่?

ข้อกำหนดสำหรับใบอนุญาตและใบขับขี่ในการใช้งานสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในประเทศไทยขึ้นอยู่กับกำลังไฟฟ้าของสกู๊ตเตอร์ โดยสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลังไฟฟ้าน้อยกว่า 750 วัตต์จะไม่จัดว่าเป็นยานพาหนะที่อยู่ในประเภทยานยนต์ จึงไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตขับขี่ แต่ในส่วนของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลังไฟฟ้ามากกว่า 750 วัตต์จะถือว่าเป็นยานยนต์และต้องมีใบอนุญาตในการขับขี่ แม้ว่าใบขับขี่จะไม่จำเป็นสำหรับการใช้งานสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า แต่ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการจราจรทั้งหมดอย่างเคร่งครัด และควรสวมอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม เช่น หมวกนิรภัย เป็นต้น

อุปกรณ์ป้องกันเพื่อความปลอดภัยประเภทใดบ้างที่จำเป็นขณะขับขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า?

สิ่งสำคัญในขณะที่คุณขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคือจะต้องสวมหมวกกันนิรภัยหรือหมวกกันน็อคเพื่อป้องกันศีรษะในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ รวมไปถึงอุปกรณ์ป้องกันอื่น ๆ ที่แนะนำ ได้แก่ สนับเข่าและข้อศอก สนับข้อมือ และรองเท้าหุ้มส้น และควรสวมเสื้อผ้าที่สว่างหรือสะท้อนแสงเพื่อเพิ่มทัศนวิสัยต่อผู้ขับขี่รถยนต์และคนเดินถนนอื่น ๆ เพื่อความปลอดภัยด้วยเช่นกันกัน

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสามารถใช้บนพื้นผิวอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ถนนได้หรือไม่?

ความสามารถในการใช้งานบนพื้นผิวอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ถนนของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าขึ้นอยู่กับรุ่นและผู้ผลิต โดยสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าบางรุ่นได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้งานบนพื้นผิวเรียบและลาดยางเท่านั้น จึงอาจจะไม่เหมาะสำหรับการใช้งานบนสภาพพื้นผิวขรุขระหรือพื้นผิวที่ไม่ใช่ถนน อย่างไรก็ตาม ยังมีสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าบางรุ่นที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานในสภาพภูมิประเทศที่ขรุขระไม่สม่ำเสมอ และอาจจะต้องมีคุณสมบัติเพิ่มเติม เช่น ขนาดล้อที่ใหญ่ขึ้น และระยะห่างจากพื้นบอร์ดที่สูงขึ้น ดังนั้นควรตรวจสอบข้อมูลและสเปกของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่คุณสนใจเพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการใช้งานบนพื้นที่แบบออฟโรดก่อน

 

บทสรุป

การใช้งานสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้านอกจากจะช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางแล้ว ยังช่วยประหยัดพลังงาน เพราะไม่มีการใช้น้ำมัน จึงเป็นสิ่งที่ดีในการเริ่มต้นรักษาสิ่งแวดล้อมนะคะ หากใครกำลังมองหาสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคุณภาพดี เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกซื้อสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ตรงใจและตรงตามความของคุณได้ง่ายมากขึ้นนะคะ

คู่มือการซื้อที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม:

 

แหล่งที่มา: Segway-ninebot, Xiaomi, Wikipedia, BangkokBiz,

  • รมณพัสสกานต์ เพ็งนวม
    นักเขียนหมวดท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ชีวิตประจำวัน

    กุ่ยนักเขียนด้านการเดินทางและไลฟ์สไตล์แห่งบ้าน Pro Review ด้วยประสบการณ์ 6 ปีในการเขียนบล็อกเกี่ยวกับการเดินทาง การผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และงานอดิเรก เช่น การขี่จักรยานรุ่นล่าสุดหรือ E-Scooter รีวิวของกุ่ยนั้นอ่านได้สนุกสนาน เป็นกันเอง และให้ข้อมูลจากประสบการณ์ในชีวิตจริง กุ่ยจบการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เอกจิตวิทยา จึงเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคและเทรนด์การช็อปปิ้งต่าง ๆ เป็นอย่างดี ซึ่งช่วยให้บทความน่าอ่านและเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ติดตาม ดังนั้น จึงมั่นใจได้ว่ารีวิวนั้นเป็นผลจากการใช้ที่มาจากประสบการณ์จริง

    รีวิว, ท่องเที่ยว, ไลฟ์สไตล์, สินค้า Outdoor
  • ญาณิศา หาญการสุจริต
    นักการตลาดแบรนด์และเนื้อหา

    ญาณิศา กูรูด้านแฟชั่นประจำบ้าน Pro Review และด้วยความหลงใหลในดนตรีทุกประเภท ตั้งแต่กลองชุดไปจนถึงคีย์บอร์ด ญาณิศายังเป็นนักคลั่งใคล้เพลงและดนตรีตัวยง ญาณิศาจบการศึกษาระดับปริญญาโทด้านการจัดการการสื่อสารจาก University of Southern California และเขียนบล็อกเกี่ยวกับความรักในแฟชั่น ดนตรี และของใช้ในบ้านที่ดึงดูดสายตาเสมอ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ญาณิศาได้สร้างฐานผู้ติดตามจากผู้คนที่มีความสนใจเดียวกันอย่างการรีวิวสมาร์ทวอทช์ล่าสุดหรือตัวเลือกคีย์บอร์ดที่ดีที่สุด บทความรีวิวของญาณิศานั้นน่าอ่านและให้ข้อข้อมูลที่ผ่านการค้นคว้ามาเป็นอย่างดี ที่ผู้อ่านไม่ควรพลาด

    รีวิว, ของใช้ในบ้าน, สมาร์ทวอทช์, เพลง