ProReview เป็นแพลตฟอร์มที่รองรับการใช้งานของผู้อ่าน เมื่อคุณซื้อสินค้าหรือบริการผ่านลิงก์บนเว็บไซต์ของเรา เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นจากพันธมิตร อ่านเพิ่มเติม
iPhone iOS กับ Android อันไหนดีกว่ากัน

iPhone iOS กับ Android อันไหนดีกว่ากัน ในปี 2021

สำหรับคนที่สนใจเลือกซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ และไม่แน่ใจว่าระบบ iPhone vs. Android แบบไหนดีกว่ากัน มาอ่านข้อมูลที่ช่วยคุณตัดสินใจเลือกรุ่นที่เหมาะกับคุณได้ในบทความ

การแข่งขันระหว่าง iPhone กับ Android นั้นเพิ่มความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อระบบปฏิบัติการทั้งสองกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดตัวโทรศัพท์รุ่นใหม่ครั้งใหญ่ แม้ว่าคุณจะเลือกซื้อโทรศัพท์มือถือที่ดีที่สุดจากบริษัทหลายแห่งได้ รุ่นที่คุณเลือกซื้อก็จะยังเป็นระบบปฏิบัติการสองอย่างนี้ คือ iOS (หากคุณเลือกซื้อ iPhone) หรือ Android (หากคุณเลือกซื้อโทรศัพท์ยอดนิยมรุ่นอื่น )

ทั้งสองแพลตฟอร์มได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากระยะเวลากว่าทศวรรษ นั่นหมายความว่าทั้งสองระบบนี้จะมีคุณสมบัติในการใช้งานพื้นฐานที่ครอบคลุม มีข้อแตกต่างระหว่างกันค่อนข้างน้อย อย่างไรก็ตาม แต่ละระบบก็มีข้อดีของตัวเอง คุณอาจจะตัดสินใจเลือกระบบใดระบบหนึ่งด้วยเหตุผลบางอย่างที่เป็นความโดดเด่นสำหรับการใช้งานของคุณ

ในการเลือกใช้ iPhone กับ Android เราจะพิจารณาจากจุดแข็งของแต่ละแพลตฟอร์มมือถือ เพื่อให้คุณสามารถเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสมในสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ของคุณได้

  • โทรศัพท์จาก Apple ที่ดีที่สุดที่สามารถซื้อได้ตอนนี้
  • โทรศัพท์ Android ที่ดีที่สุดในตอนนี้
  • ถ้าคุณต้องการพื้นที่หน้าจอมากขึ้น ลองเลือกซื้อแท็บเล็ต Android ที่ดีที่สุด

iPhone vs Android: เหตุผลที่ iPhone ดีกว่า

การซื้อโทรศัพท์ของ Apple จะทำให้ใช้งานอุปกรณ์อื่น ๆ ในระบบง่ายขึ้น

iPhone vs Android เหตุผลที่ iPhone ดีกว่า

ข้อนี้อาจดูเหมือนเป็นเหตุผลตื้นๆ แต่เพราะ Apple สร้างผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีที่หลากหลาย หากคุณมี Mac, iPad หรือ Apple Watch อยู่แล้ว การซื้อ iPhone ก็เป็นการตัดสินใจที่สมเหตุสมผลดี

Apple ได้ออกแบบคุณสมบัติมากมายที่ช่วยให้คุณสามารถถ่ายโอนงานและข้อมูลจากอุปกรณ์เครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่งอย่างต่อเนื่อง และคุณสมบัติเหล่านี้สามารถช่วยประหยัดเวลาของคุณได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Handoff ที่ทำให้สามารถย้ายบันทึกการโทรบน iPhone และหน้าเว็บใน Safari ระหว่าง iOS และ macOS ได้อย่างราบรื่น มีระบบคลิปบอร์ดสากลสำหรับการคัดลอกข้อความจากบนแพลตฟอร์มหนึ่งเพื่อนำไปใช้งานในอีกแพลตฟอร์มหนึ่ง อีกคุณสมบัติที่เราชื่นชอบคือ Continuity Camera ซึ่งช่วยให้คุณถ่ายภาพและสแกนเอกสารได้ โดยใช้กล้องของ iPhone ถ่ายรูป จากนั้นนำมาดูและแก้ไขบน Mac ของคุณ นอกจากนี้ยังสามารถใช้จ่ายผ่าน Mac ของคุณได้โดยใช้คุณสมบัติการตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวบน iPhone ของคุณผ่าน Apple Pay

มีผู้ผลิตโทรศัพท์ Android เพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่มีระบบฮาร์ดแวร์เชื่อมโยงกันคล้ายกับ Apple และในบางเครื่องที่ใกล้เคียง เช่น Samsung ก็ยังไม่สามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างครบถ้วนแบบ iPhone และอุปกรณ์อื่นๆ ที่สร้างโดย Apple ได้ ทาง Microsoft กำลังช่วย Google เติมเต็มช่องว่างนี้ด้วยแอป Your Phone สำหรับ Windows ใหม่ ซึ่งอนุญาตให้ผู้ใช้ Android ตอบกลับข้อความและการแจ้งเตือนได้บนคอมพิวเตอร์ของตัวเอง อย่างไรก็ตาม การใช้งานยังไม่ราบรื่นมากนัก และระบบยังต้องมีการปรับปรุงอีกมาก

มีตัวอย่างการใช้งานต่อเนื่องที่ยอดเยี่ยมมากมายในระบบ iOS, iPadOS, watchOS และ macOS — และ iPhone เป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการเชื่อมต่อนี้  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณสามารถย้ายแอปของ iPhone ไปยัง macOS ได้อย่างราบรื่น ผู้ใช้ที่เป็นแฟนระบบปฏิบัติการของ Apple และต้องใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้อยู่เสมอ จะได้รับประโยชน์มากมายด้วยการเพิ่ม iPhone เข้ามาเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ใช้งาน นอกจากนี้ ยังสะดวกสำหรับการติดต่อเพื่อนและสมาชิกในครอบครัวผ่าน iMessage และ FaceTime อีกด้วย

นอกจากนี้ Apple ยังได้เพิ่มโอกาสในการเข้าใช้งานในระบบผู้ใช้ของคุณด้วย iPhone 12 และ iPhone 12 Pro ใหม่: มีอุปกรณ์เสริม MagSafe ที่ชาร์จ เคส และผลิตภัณฑ์ที่ใช้แม่เหล็ก สามารถใช้งานได้กับ iPhone รุ่นล่าสุดเท่านั้น ดังนั้นหากคุณลงทุนในแพลตฟอร์มนี้ อาจจะยากที่จะเปลี่ยนไปใช้อย่างอื่นได้

 

แอปพลิเคชันภายนอกใช้งานได้ดีกว่า

iPhone vs Android - App store iOS

ข้อนี้ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล แต่จากความคิดเห็นของทีมงานของเราที่ใช้งานข้ามไปมาระหว่าง iOS และ Android เมื่อมีทั้งสองระบบปฏิบัติการนี้ให้เลือกใช้ คุณภาพของแอปที่สร้างโดยนักพัฒนา iOS นั้นทำได้ดีกว่ามาก และแอปเดียวกันใน Android มักจะน่าผิดหวัง

แน่นอนว่ามีซอฟต์แวร์และนักพัฒนาที่ยอดเยี่ยมบน Android แต่ทีมงานของเราไม่ค่อยเจอแอปเหล่านั้นเมื่อเทียบจากประสบการณ์ในการใช้งาน หนึ่งในแอป Twitter ที่เราโปรดปรานคือ Tweetbot 5 เป็นแอปเฉพาะสำหรับ iOS เท่านั้น ในขณะที่ Fenix ​​​​2 หนึ่งในแอป Twitter ที่ดีที่สุดที่เราพบบน Android นั้นใช้งานได้ไม่ดีนักเมื่อเอามาเปรียบเทียบกัน พนักงานคนหนึ่งของเราชอบใช้ Bear ในการเขียนบทความบน Mac และ iPhone แต่เราแทบไม่เจอแอปจดบันทึกบน Android ที่ทำงานได้อย่างครอบคลุมและลื่นไหล อย่างไรก็ตาม เราก็มีโปรแกรมแก้ไขงานบน Android ที่เราชอบมากกว่าตัวเลือกบน iOS

คุณอาจพบว่าแอปพลิเคชันทางการของบริษัทผู้ให้บริการหลาย ๆ แอป ตั้งแต่ธนาคารไปจนถึงสายการบิน จะมีความราบรื่นกว่าเมื่อใช้งานบน iOS เมื่อเทียบกับ Android และสามารถทำงานร่วมกับบริการหลักของโทรศัพท์ได้ดีกว่า เช่น Wallet (ขณะนี้ Google Pay เริ่มมีแอปของสายการบินหลายแห่งแล้วเช่นกัน) ส่วนแอปอย่าง Snapchat นั้นทำงานได้ช้าและติดขัดหลายอย่างบน Android

มีอุปกรณ์เสริมให้เลือกมากมาย

iPhone vs Android - iphone accessories

เมื่อเดินเข้าไปใน Power Buy หรือแผนกขายโทรศัพท์ของห้างสรรพสินค้า คุณจะพบเคส iPhone ทุกเครื่องที่ Apple ผลิตออกมา แต่สำหรับ Android นั้นจะมีเฉพาะบางรุ่นเท่านั้น ถ้าไม่ใช่รุ่นยอดนิยมจากบริษัทใหญ่ ๆ ถ้าลองเดินหาจนไปสุดที่อุปกรณ์ Galaxy S รุ่นล่าสุดแล้วยังไม่เจออุปกรณ์สำหรับรุ่นที่คุณมองหา คุณก็หมดตัวเลือกไปแค่นั้น ไม่ต้องพูดถึงรุ่นที่คนใช้น้อยอย่างโทรศัพท์ Pixel หรือ LG เครื่องใหม่ แม้แต่ร้านค้าที่คุณซื้อโทรศัพท์มาอาจจะไม่มีอุปกรณ์เสริมของรุ่นด้วยซ้ำ แน่นอนว่าคุณอาจจะสามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้ในราคาไม่เกิน 100 บาท แต่คุณภาพที่ได้ก็อาจจะไม่ดีนัก

ตัวเลือกและรูปแบบของเคส iPhone, ฟิล์มกันรอยหน้าจอ, ที่ตั้งโทรศัพท์สำหรับใช้ในรถ และอุปกรณ์เสริมอื่นๆ นั้นมีจำนวนให้เลือกมากกว่าโทรศัพท์รุ่นอื่นๆ และจุดนี้เป็นสิ่งที่สำคัญกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทีมงานของเราได้ใช้ Pixel 3 และ Pixel 4 รายวัน สำหรับคนที่ชอบเปลี่ยนเคสโทรศัพท์เป็นประจำเพื่อให้รู้สึกสนุกสนานกับการใช้งาน ก็จะรู้สึกผิดหวังมากที่ไม่มีตัวเลือกสำหรับโทรศัพท์มือถือของ Google มากนัก แต่ถ้าคุณเลือกซื้อ iPhone ก็จะไม่มีปัญหานี้

 

ไม่มีโบลต์แวร์

iPhone vs Android - no bloatware included

ไม่ว่าคุณจะซื้อ iPhone ด้วยวิธีใด ซื้อจากที่ไหน หรือซื้อ iPhone รุ่นอะไรก็ตาม คุณจะไม่เห็น Bloatware ติดตั้งไว้ล่วงหน้าเมื่อคุณเปิดเครื่องในครั้งแรก นั่นหมายความว่าโทรศัพท์ที่คุณได้จะใช้งานได้สะดวกและปลอดภัย โดยไม่มีแอปที่ทำให้เปลืองพลังงานหรือต้องให้ข้อมูลส่วนตัวที่ทำให้เกิดปัญหาการใช้งานในภายหลัง

หากคุณเคยเห็นโทรศัพท์ Android เครื่องใหม่แกะกล่อง ข้อนี้จะเป็นสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกโล่งใจมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องที่คุณซื้อผ่านผู้ให้บริการ แม้แต่ในรุ่น Galaxy Z Fold 2 ที่มีราคากว่า 60,000 บาท ก็ไม่ได้ช่วยให้ลูกค้าสบายใจขึ้นเมื่อต้องเจอกับแอปของ CNN และ DirecTV ที่อัดอยู่ในเครื่อง และอาจจะมีแอปอื่น ๆ ที่คุณไม่ต้องการอีกมากมาย เมื่อคุณเลือกซื้อรุ่นราคาประหยัดที่มีส่วนลดจากผู้ให้บริการจำนวนมาก

ผู้ซื้อ Android ที่ซื้อโทรศัพท์เครื่องเปล่าโดยไม่มีข้อตกลงในการให้บริการจะสามารถหลีกเลี่ยง bloatware ได้มากกว่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริษัทที่คุณซื้อด้วย Pixel ที่ปลดล็อกแล้วจะไม่มีแอปอื่นแฝงมา ในทางกลับกัน หากมีอุปกรณ์เสริมมาด้วย ก็อาจจะมีซอฟต์แวร์ที่ไม่พึงประสงค์มาในเครื่อง

 

มีการอัปเดตซอฟต์แวร์ที่รวดเร็วขึ้น

iPhone vs Android - อัปเดตซอฟต์แวร์ iphone

โทรศัพท์ Android จะมีการอัปเดตน้อยกว่า iPhone มาก และเมื่อมีการอัปเดตแต่ละครั้ง ก็จะไม่บ่อยเท่าอีกแพลตฟอร์มและอาจจะมีการล่าช้า

จำนวนการอัปเดตของโทรศัพท์ Android ตลอดอายุการใช้งานในแต่ละรุ่น จะขึ้นอยู่กับราคาของรุ่นนั้น ๆ เป็นหลัก รวมถึงผู้ให้บริการที่คุณซื้อโทรศัพท์ (หรือการเลือกซื้อจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เทียบกับการซื้อเครื่องเปล่า) และนโยบายการสนับสนุนซอฟต์แวร์ของผู้ผลิตโทรศัพท์แบรนด์ที่คุณซื้อด้วย

สิ่งเหล่านี้ต่างจาก iPhone ที่ได้รับการสนับสนุนด้วยการอัปเดตซอฟต์แวร์ที่สำคัญมาหลายปีอย่างมาก ยกตัวอย่าง iPhone 6S ก็ยังคงได้อัปเดต iOS 14 แม้ว่าจะเป็นรุ่นที่เปิดตัวครั้งแรกกับระบบ iOS 9 ในปี 2015 เทียบกับ Galaxy S6 ของ Samsung ซึ่งเปิดตัวในปีเดียวกันด้วย Android 5.0 Lollipop ที่ไม่สามารถอัปเดตซอฟต์แวร์ Android ล่าสุดได้เลย สามารถใช้ได้จนถึง 7.0 Nougat เท่านั้นเมื่อ Samsung หยุดการพัฒนาในส่วนนี้ หลังจากที่รุ่น S6 ได้รับการอัปเดตเป็น Nougat ในเดือนมีนาคม 2017 ก็มีการอัปเดตใหม่อีกครั้งของ Google ในแปดเดือนถัดมา

ในชณะที่ iOS เวอร์ชันใหม่จะออกสู่ตลาดให้ผู้ใช้ทุกคนในวันเดียวกัน และยังสามารถติดตั้งได้กับทุกรุ่นที่รองรับได้ทันที ในทางตรงกันข้าม การเปิดตัวของระบบ Android จะเป็นไปตามลำดับโทรศัพท์แต่ละเครื่อง ไม่ใช่แค่ตามรุ่นเท่านั้น

 

มีการสนับสนุนของบริการขายปลีกที่ดีกว่า

iPhone vs Android - บริการสนับสนุน iphone

ถ้า iPhone ของคุณมีปัญหาบางอย่าง และคุณจำเป็นต้องนำเครื่องเข้ารับบริการ หรือคุณอาจต้องการติดฟิล์มกันรอยหน้าจอ พร้อมให้พนักงานมืออาชีพช่วยติดฟิล์มนั้นโดยไม่มีฟองอากาศหรือฝุ่นละออง คุณสามารถเข้ารับบริการได้เสมอในฐานะผู้ใช้ iPhone ซึ่งสถานที่ที่ให้บริการได้ดีที่สุดก็คือ Apple Store แม้ว่ามาตรการในบางช่วงอาจทำให้การซ่อมโทรศัพท์ที่ร้านไม่ราบรื่นเหมือนแต่ก่อน แต่คุณก็มีบริการที่คุณเลือกได้

แต่ผู้ใช้โทรศัพท์ Android ไม่มีบริการที่สะดวกสบายแบบนี้ หากคุณต้องการแบตเตอรี่ใหม่หรือเปลี่ยนหน้าจอ และคุณไม่ได้ซื้อบริการเสริมที่ป้องกันการใช้งานของอุปกรณ์จากผู้ค้าปลีกที่คุณซื้อโทรศัพท์ด้วย คุณอาจจะต้องส่งแบตเตอรี่กลับไปยังผู้ผลิต ซึ่งใช้เวลานานและยุ่งยาก จากปกติที่เราทุกคนจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์ในแต่ละวัน

 

iPhone vs Android: เหตุผลที่โทรศัพท์ Android ดีกว่า

มีโทรศัพท์ให้เลือกซื้อในทุกช่วงราคา

Android vs iPhone - ช่วงราคา

สมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ของโลกใช้ระบบ Android และผลิตจากบริษัทผู้ผลิตจำนวนมาก ทำให้มีโทรศัพท์ Android จำหน่ายในทุกช่วงราคา ทั้งโทรศัพท์ราคาถูกที่มีราคาหลักพัน เช่น Pixel 4a ใหม่ หรือโทรศัพท์ขนาดเล็กและใหญ่ที่ดีที่สุดบางรุ่น และยังมี phablets (ที่เป็นการผสมผสานการทำงานของโทรศัพท์และแท็บเล็ต) และโทรศัพท์แบบพับได้ที่มีราคาสูงกว่า 35,000 บาท ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะใช้เงินเท่าไหร่ ก็สามารถเลือกอุปกรณ์ Android ที่เหมาะกับงบประมาณของคุณหรือนำเสนอคุณสมบัติพิเศษเฉพาะที่ตอบโจทย์ได้

แต่ราคาของ iPhone จะไม่เป็นแบบนั้น ทุกรุ่นมีราคาแพงเมื่อเปิดตัว และจะมีการลดราคาหลังจากเปิดตัวรุ่นต่อ ๆ ไป หนึ่งในโทรศัพท์มือถือ Apple รุ่นใหม่ที่ราคาไม่แพงมากคือ iPhone 12 mini ราคาประมาณ 22,000 บาท แต่มีจอแสดงผลขนาดเล็ก 5.4 นิ้ว ในขณะที่ Galaxy S20 FE มีราคาเท่ากัน แต่มาพร้อมกับหน้าจอ 120Hz 6.5 นิ้วที่ใหญ่กว่าและใช้งานได้ราบรื่นกว่า พร้อมเลนส์เทเลโฟโต้ และแบตเตอรี่ที่ใหญ่กว่ามาก

iPhone ราคาถูกที่สุดที่ Apple นำเสนอคือ iPhone SE ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ยอดเยี่ยมพร้อมประสิทธิภาพที่น่าประทับใจในราคาประมาณ 14,000 บาท เท่านั้น อย่างไรก็ตาม การออกแบบของรุ่นนี้ดูล้าสมัย และมีขนาดหน้าจอเล็กเกินไปสำหรับผู้ใช้บางคน

 

ปรับแต่งได้มากขึ้น

Android vs iPhone - หน้าจอหลักที่ปรับแต่งได้ของซัมซุง

แม้ว่าทั้ง iOS และ Android จะมีการพัฒนาต่อเนื่องมาหลายปี แต่ Android นั้นมีชื่อเสียงมาว่าเป็นแพลตฟอร์มสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการปรับแต่งอุปกรณ์ของตน เริ่มต้นด้วยการเรียกใช้หน้าจอหลัก มีวิดเจ็ตทรงพลังที่ให้คุณปรับวางแอปที่ใดก็ได้บนหน้าจอ หรือจะเก็บเป็นสัดส่วนให้เป็นระเบียบมากขึ้น ซึ่ง iPhone เพิ่งมีการใช้งานแบบนี้ใน iOS 14 คุณยังสามารถเปลี่ยน ตัวเรียกใช้งานบทโทรศัพท์ Android ของคุณได้จากทางเลือกอื่น ๆ ที่ดาวน์โหลดได้จาก Google Play Store

Android ยังให้คุณดาวน์โหลดบริการทดแทนของบริษัทอื่นสำหรับฟังก์ชั่นการใช้งานที่สำคัญได้ เช่น เว็บบราวเซอร์ คีย์บอร์ด และโปรแกรมเล่นสื่อต่าง ๆ รวมถึงการตั้งค่าเป็นเวอร์ชันเริ่มต้นหากคุณชื่นชอบการใช้แอปใหม่ที่คุณเลือกแทนแอปที่ติดตั้งไว้ล่วงหน้าในโทรศัพท์ของคุณ ฝั่ง iOS ก็มีการปรับปรุงด้านนี้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังใช้งานได้ไม่ราบรื่นนัก

สุดท้ายนี้ เราต้องพูดถึงการออกแบบของผู้ผลิต ระบบ Android มีพื้นผิวและซอฟต์แวร์ที่เป็นเอกลักษณ์สำหรับผู้ใช้ และเป็นการปรับแต่งโดยผู้ผลิตโทรศัพท์บางราย ทำให้มีคุณสมบัติพิเศษ และยังมีความสามารถในการสร้างรูปแบบการใช้งานสำหรับประสบการณ์ของคุณได้อย่างครบวงจร ผู้ใช้ Android บางคนชอบระบบแอปของ Google แต่ก็มีผู้ใช้จำนวนมากเช่นกันที่ชอบซอฟต์แวร์พิเศษจากผู้ผลิตโทรศัพท์ เช่น One UI ของ Samsung หรือ OxygenOS ของ OnePlus เนื่องจากมีความสามารถในการใช้งานที่พิเศษมากยิ่งขึ้น ทั้งการจับภาพหน้าจอแบบยาวติดต่อกัน หรือการซ่อนรูปภาพและวิดีโอในโฟลเดอร์ที่ป้องกันได้ด้วยรหัสผ่าน

 

คุณสามารถขยายพื้นที่เก็บข้อมูลได้ (ในบางครั้ง)

Android vs iPhone - ที่เก็บข้อมูลในโทรศัพท์

แม้ว่าพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่สามารถขยายเพิ่มได้จะเป็นฟังก์ชั่นที่ได้รับความนิยมน้อยลงในปัจจุบัน แต่โทรศัพท์ Android จำนวนมากยังคงมีคุณสมบัตินี้อยู่ วิธีนี้ช่วยให้คุณใช้การ์ด microSD เพื่อเก็บรูปภาพ แอป และสื่ออื่นๆ ที่ไม่พอดีกับหน่วยความจำภายในของอุปกรณ์ได้

ข้อนี้ถือเป็นประโยชน์ที่น่าอัศจรรย์ ต่างจากการที่ Apple และผู้ผลิตโทรศัพท์รายอื่นๆ จำหน่ายโทรศัพท์ในราคาที่สูงมากเมื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บสองเท่าหรือสี่เท่า ทำไมจะต้องจ่ายเงินเพิ่มอีก 3,000 – 5,000 บาทเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลขนาด 128GB หรือ 256GB  ในโทรศัพท์เครื่องใหม่ (ซึ่งคุณไม่แน่ใจว่าจะได้ใช้รึเปล่า) ในเมื่อคุณสามารถจ่ายเงินซื้อการ์ด 512GB ราคาหลักพันต้น ๆ ได้ในภายหลัง

นอกจากนี้ แม้ว่าโทรศัพท์ระดับไฮเอนด์จะเป็นสิ่งที่หาได้ยากมากขึ้นในปัจจุบัน แต่อุปกรณ์ Android จำนวนมากยังคงมาพร้อมกับช่องเสียบหูฟัง ซึ่งเป็นการออกแบบที่ Apple ยกเลิกไปแล้วในปี 2016 แม้ว่าสิ่งนี้ยังคงเป็นที่ต้องการสำหรับผู้ใช้ที่ยังคงชอบหูฟังแบบมีสายคู่ใจ

 

มีพอร์ต USB-C ที่เป็นสากล

Android vs iPhone - USB C Port

โทรศัพท์ Android ส่วนใหญ่ใช้พอร์ต USB-C ในการชาร์จและถ่ายโอนข้อมูล ซึ่งเป็นการใช้งานที่สะดวกมากหากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบพกของน้อย ๆ น้ำหนักเบา และอยากพกสายเคเบิลเพียงเส้นเดียว การใช้ USB-C ยังอยู่บนคอมพิวเตอร์หลายเครื่องในปัจจุบัน เช่นเดียวกับ Nintendo Switch จึงเป็นสิ่งที่ดีมาก

ในขณะที่สายชาร์จ Lightning ของ Apple กลายเป็นอนุสรณ์ให้บริษัทเทคโนโลยีเน้นพัฒนาสายเชื่อมต่อที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง สาย USB-C แสดงถึงการใช้พอร์ตเดียวร่วมกันตามอุดมคติที่อุตสาหกรรมต้องการสร้างสรรค์ และยังเปิดประตูสู่เทคโนโลยีการชาร์จที่รวดเร็วขึ้น

ยกตัวอย่าง OnePlus 8T สามารถชาร์จความจุแบตเตอรี่จาก 0 ถึง 55 เปอร์เซ็นต์ในเวลาเพียง 15 นาที หรือถ้ารอชาร์จ 30 นาที คุณก็จะมีแบตเตอรี่ที่เต็มมากถึง 93 เปอร์เซ็นต์

ต่างกับ iPhone 12 ที่ยังคงใช้สาย Lightning และแนวทางของ Apple ที่ไม่ได้รวมที่ชาร์จในกล่องอีกต่อไป

 

มีระบบไฟล์ที่ผู้ใช้คุ้นเคย (พร้อมรองรับการใช้งานบนคอมพิวเตอร์)

Android vs iPhone - ลากและวางบนพีซี

คนส่วนใหญ่ไม่ต้องการใช้ระบบไฟล์ของสมาร์ทโฟนที่ยุ่งยาก ระบบ Android จึงสามารถตอบโจทย์ส่วนนี้แก่คุณได้หากคุณต้องการ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อคุณเสียบโทรศัพท์ Android เข้ากับคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows คุณยังสามารถลากและวางไฟล์ลงในโฟลเดอร์ได้อย่างง่ายดาย ราวกับว่าอุปกรณ์ที่คุณใช้เป็นเพียงอีกหนึ่งไดรฟ์บนเครื่อง

การจัดการสื่อและเอกสารของคุณนั้นจะง่ายสำหรับการพกพาและจัดเก็บในเครื่อง และคุณไม่จำเป็นต้องสมัครใช้บริการระบบคลาวด์รายเดือนถ้าคุณมีจำนวนไฟล์มหาศาลที่ขนาดใหญ่เป็นพิเศษ ในขณะที่ iPhones ปิดบังระบบไฟล์จากผู้ใช้ทุกอย่าง ยกเว้นการใช้รูปถ่าย ซึ่งอาจทำให้หลายคนหงุดหงิดเมื่ออยากใช้เพลง เอกสาร และสื่อรูปแบบอื่น ๆ

โทรศัพท์ Android บางรุ่น เช่น Galaxy Note 20 มีพีซีหรือคุณสมบัติการฉายภาพแบบพิเศษ ซึ่งช่วยให้คุณตั้งค่าการดูและใช้อุปกรณ์ในความจุเดียวกับเดสก์ท็อปได้ อินเทอร์เฟซ DeX ของ Samsung ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของความสามารถนี้ ด้วยฟังก์ชั่นที่พิเศษดังกล่าว ทำให้โทรศัพท์ Android ระดับไฮเอนด์สามารถทำงานได้อย่างราบรื่นแทนการใช้ Chromebook ที่ดีที่สุดหรือแล็ปท็อปแบบ ultraportable ที่คล้ายกัน

 

มีการใช้นวัตกรรมนำสมัยบนโทรศัพท์ Android ก่อน

Android vs iPhone - in-screen fingerprint sensors

แน่นอนว่าเงินกองทุนของ Apple นั้นค่อนข้างเหนียวแน่น แต่ก็ถือเป็นการทำงานของบริษัทเดียว ด้วยปรัชญาแบบเดียว ด้วยเหตุนี้ iOS จึงอาจปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ช้า หรืออย่างน้อยก็ช้ากว่าระบบ Android

มีบริษัทจำนวนมากที่สร้างโทรศัพท์ Android ออกมา การที่พันธมิตร Android มักจะเอาชนะ Apple บนตลาดด้วยนวัตกรรมจึงเป็นสิ่งที่ไม่น่าแปลกใจ ทั้งการปรับปรุงพื้นที่มือถือ การชาร์จแบบไร้สาย, การชาร์จอย่างรวดเร็ว, NFC, 4G LTE, 5G, จอแสดงผล OLED, เซ็นเซอร์ลายนิ้วมือบนหน้าจอ, การกันน้ำ และกล้องหลายเลนส์ นวัตกรรมทั้งหมดนี้ถูกนำมาใช้บนอุปกรณ์ Android ก่อน iPhone ทั้งสิ้น รวมถึงการพัฒนาซอฟต์แวร์ใหม่ เช่น การทำงานหลายอย่างพร้อมกัน การคัดลอกและวาง และการรองรับการทำงานหลายหน้าต่าง เป็นต้น

แน่นอนว่า Apple ก็มีการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ ๆ ของตัวเองเช่นกัน แม้ว่า iPhone X จะไม่ใช่โทรศัพท์เครื่องแรกที่มีการจดจำใบหน้า แต่ก็เป็นเครื่องแรกที่ทำงานได้อย่างน่าเชื่อถือและปลอดภัย อย่างไรก็ตาม มีการเปิดตัวโทรศัพท์ Android จากผู้ขายหลายรายเป็นจำนวนมากขึ้นทุกปี ดังนั้นจึงต้องดูว่าฮาร์ดแวร์ที่ใช้แพลตฟอร์มของ Google จะปรับตัวได้เร็วกว่ามากน้อยแค่ไหน

 

คุณควรเลือกโทรศัพท์ระบบไหน?

ระหว่าง iPhone กับ Android: คุณควรเลือกระบบไหน ทั้งสองแพลตฟอร์มมีข้อดีและข้อเสีย ทางเลือกของคุณจะขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณให้ความสำคัญมากที่สุดในโทรศัพท์ของคุณ เช่นเดียวกับการตัดสินใจซื้อหลาย ๆ อย่าง

การเป็นเจ้าของ iPhone จะให้ประสบการณ์ที่เรียบง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น ไม่ต้องคิดซับซ้อนมาก และเนื่องจาก iPhone ของ Apple เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนแบรนด์เดียวที่ได้รับความนิยมสูงสุด คุณจึงมีบริการสนับสนุนมากมายในทุกที่ ไม่ว่าคุณจะต้องการเปลี่ยนแบตเตอรี่หรืออยากหาเคสโทรศัพท์ใหม่

การเป็นเจ้าของอุปกรณ์ Android นั้นยากกว่าเล็กน้อยเมื่อพิจารณาในแง่มุมเหล่านั้น แต่ในขณะเดียวกัน ผู้ใช้ก็มีอิสระมากขึ้น เพราะมีทางเลือกที่มากกว่า ทั้งระดับงบประมาณ ตัวเลือกของคุณสมบัติฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ และทางเลือกในการจัดระเบียบและปรับแต่งประสบการณ์ของคุณบนเครื่อง หากคุณมีความต้องการเฉพาะเจาะจงมากในเทคโนโลยีที่คุณใช้ คุณอาจพบว่า Android ให้อิสระมากกว่า หรืออาจจะรู้สึกสนุกเลยด้วยซ้ำ แม้ว่าจะขาดแอปบางอย่างและหาอุปกรณ์เสริมคุณภาพสูงได้ค่อนข้างยาก

หากคุณสงสัยว่าควรเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์ใด ลองดูโทรศัพท์รุ่นแนะนำได้จากบทความ iPhone ที่ดีที่สุดและโทรศัพท์ Android ที่ดีที่สุดของเรา ไม่ว่าคุณจะเลือกอุปกรณ์ใดก็ตาม อย่าลืมตรวจสอบให้แน่ใจว่า อุปกรณ์นั้นเหมาะกับระบบปฏิบัติการที่คุณต้องการใช้

nv-author-image

เอ็ดเวิร์ด แครนเมอร์

เอ็ดเวิร์ด หนึ่งในบุคคลสำคัญของ ProReview ทำหน้าที่เป็นทั้งนักเขียนคำโฆษณา นักวิจัยผลิตภัณฑ์ และผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO ของเราเอง เอ็ดเวิร์ดผันตัวจากการเป็นคุณครูมาเป็นนักเดินทางท่องเที่ยวรอบโลกและผู้คลั่งใคล้กิจกรรมกลางแจ้ง เอ็ดเวิร์ดมาพร้อมกับความสามารถในการทดสอบผลิตภัณฑ์ระดับมืออาชีพ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ได้สั่งสมมาจากการทำงานในฐานะผู้ทดสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ในบริษัทขนาดใหญ่แห่งหนึ่งมาก่อน ลักษณะการทดสอบผลิตภัณฑ์ของเอ็ดเวิร์ดอยู่บนพื้นฐานของการใช้งานจริง จากประสบการณ์การเดินทางรอบโลก คุณจึงมั่นใจได้ว่าข้อมูลที่คุณจะได้รับนั้นมีความปลอดภัย เชื่อถือได้ และใช้งานได้จริง